11 เมษายน 2021 // 14:00 น.

หนทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์ ‘มู’

ก็นั่นล่ะฮะท่านผู้ชม

เส้นทางทำทีมของ โชเซ่ มูรินโญ่ กับ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ เริ่มจะออกทรง “เข้าอีหรอบเดิม” อย่างไรไม่รู้

ปรากฏข่าวในช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา ว่าบรรดานักเตะไก่เดือยทอง เริ่มจะรวมหัว “แอนตี้” ไม่เอา มูรินโญ่ มากขึ้นทุกขณะ

ปัจจัยสำคัญมาจากการให้สัมภาษณ์หลังเกมในหลายครั้งหลายคราว เชิง “โยนขี้” ให้นักเตะ มากกว่าจะยืดอกรับความผิดนั้นไว้ในฐานะเจ้านาย

มูรินโญ่ โบ้ยว่าความผิดพลาดที่ทีมทำได้แค่เสมอนิวคาสเซิ่ล 2-2 เป็นเพราะนักเตะยังไม่มีคุณภาพมากพอ เช่นเดียวกับบอกว่า โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์ มาซ้อมสายเลยทำให้ไม่มีชื่อลงเล่น…ทั้งที่จริงแล้วสตาฟฟ์ในทีมทุกคนเห็นว่านักเตะกลับมาซ้อมตั้งแต่วันแรกหลังจบคิวทีมชาติ ส่วนคนที่มาสายคือ แซร์จ โอริเยร์ คนเดียวเท่านั้น

บรรยากาศในทีมไม่ดี

ผลการแข่งขันก็เช่นเดียวกัน

ทั้งที่มีช่วงเข้าเบรค ชนะ 5 เกมติดต่อกันตอนรอยต่อ ก.พ. – มี.ค. ซึ่งดูเหมือนอะไร ๆ จะเป็นไปด้วยดี แต่หลังจากนั้นอีก 4 นัด ชนะได้แค่เกมเดียวเท่านั้น

แพ้ อาร์เซน่อล 1-2
แพ้ ดินาโม ซาเกร็บ 0-3 (ยูโรป้า)
ชนะ แอสตัน วิลล่า 2-0
เสมอ นิวคาสเซิ่ล 2-2

ห้ามลืมเด็ดขาดว่า สเปอร์ส ทุ่มเงินมหาศาลจ้างงาน มูรินโญ่ เข้ามาทำทีม โดย “ล็อคเป้าหมาย” เอาไว้อย่างชัดเจนมาก ๆ ว่า “ต้องประสบความสำเร็จ” ทั้งจบในท็อปโฟร์ และมีแชมป์บอลถ้วยติดมือ

แต่ ณ ตอนนี้ นอกจากร่วงตกรอบ ยูโรป้า ลีก ไม่เป็นท่าแล้ว ก็ถือว่า “ลูกผีลูกคน” เหลือเกินสำหรับการช่วงชิงอันดับ 4

ก่อนเตะคืนนี้ สเปอร์ส รั้งเพียงอันดับ 7 ด้วยแต้มที่ตามหลังเบอร์ 4 เชลซี 5 แต้ม และอยู่เหนือทีมรองลงไปอย่าง เอฟเวอร์ตัน (ที่แข่งน้อยกว่าด้วย) แค่ 2 คะแนน

นั่นหมายถึงว่า นอกจากจะอยู่ไกลเป้าหมายพอตัวแล้ว ยังมีสิทธิ์โดนแซงได้ทุกเมื่อ

กับ 8 นัดสุดท้ายที่เหลืออยู่ สเปอร์ส ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากโกยแต้มให้ได้มากที่สุด แล้วค่อยไปวัดกันในกลุุ่มช่วงชิงอันดับสาม-สี่ (เลสเตอร์, เชลซี, ลิเวอร์พูล, เวสต์แฮม, สเปอร์ส, เอฟเวอร์ตัน) ว่าใครจะเป็นผู้คว้าตั๋ว 2 ใบ ในตอนจบ

ฉะนั้น จึงสำคัญอย่างยิ่งกับคืนนี้ 4 ทุ่มครึ่ง

สเปอร์ส – แมนฯ ยูไนเต็ด

เป็นอีกครั้งที่ มูรินโญ่ ต้องนำทีมของตนมาประมือกับ “ทีมเก่า” ที่เคยคลุกคลีอยู่ร่วมทุกข์สุขด้วยกันมา ณ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

ซึ่งน่าสนใจว่า กับการทำทีมของตัว (ปอร์โต้, มาดริด, เชลซี, สเปอร์ส) เผชิญหน้า แมนฯ ยูไนเต็ด นั้น สถิติของโค้ชโปรตุกีส ถือว่า “ยอดเยี่ยม” เลยทีเดียวเชียว

23 นัด แพ้ปีศาจแดงแค่ 4

ส่วนเมื่อรับงานกับ สเปอร์ส แล้ว ได้ผลครบทุกหน้า – ชนะ/เสมอ/แพ้

กระนั้น ก็คงไม่มีใครลืมได้ลงกับผลการพบกันนัดล่าสุด ต้นเดือน ต.ค. (เกมลีกนัดที่ 4)

ผี 1-6 ไก่

ผีอาจขึ้นนำเร็วจากจุดโทษของ บรูโน่ แฟร์นันเดส แต่หลังจากนั้นคือการยำใหญ่ใส่สารพัด ยิงตรงเป็นตุง ซน ฮึง-มิน กับ แฮร์รี่ เคน จัดไปคนละสองเม็ด อีกสอง ตองกี เอ็นดอมเบเล่ กับ แซร์จ โอริเยร์ แบ่งไป

แต่ก็อีกนั่นแหละ ต้องไม่ลืมว่า ช่วงเวลานั้นคือช่วง “เมาหมัด” ของ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ว่าได้ กับปัจจัยสำคัญอย่างการ “ไม่มีช่วงปรีซีซั่น” ไม่มีช่วงเวลาเตรียมความพร้อมมากพอ ด้วยการที่ซีซั่นก่อนเข้าถึงตัดเชือก 3 รายการ จนเงื่อนเวลาทับซ้อนพันพัวกันไปหมด

6 เกมแรกของพรีเมียร์ลีก ซีซั่นนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด แพ้ถึง 3 (1-3 พาเลซ, 1-6 สเปอร์ส, 0-1 อาร์เซน่อล) และชนะเพียง 2 นัด

ทว่า ณ ตอนนี้ ก็คงพอพูดได้เหมือนกันว่า แมนฯ ยูไนเต็ด เริ่มเข้าที่เข้าทางแล้ว ในพรีเมียร์ลีกไม่แพ้ใครมาตั้งแต่ปลายเดือน ม.ค. (1-2 เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด) โดยที่ 5 เกมหลังเสียแค่ประตูเดียว และหากรวมทุกรายการแล้ว คือ 17 นัดหลัง แพ้เกมเดียว (แม้เสมอเยอะหน่อยก็ตาม)

คืนนี้…สำคัญมากกับทั้งสองฝั่ง

โดยเฉพาะกับ มูรินโญ่

เพราะเชื่อได้เสมอกับการคาดการณ์ทิศทางของ “ร้านพูล” เมืองผู้ดี ที่ในช่วงหลังพร้อมใจกันดันชื่อ มูรินโญ่ ขึ้นเป็น “เต็งสาม” โค้ชพรีเมียร์ลีกที่จะถูกสั่งเด้ง

เต็งหนึ่ง ไม่มีใครออกจนจบซีซั่น 13/8
เต็งสอง สตีฟ บรูซ (นิวคาสเซิ่ล) 2/1
เต็งสาม มูรินโญ่ 6/1

หาก สเปอร์ส ยังคงฟุบไม่ฟื้น ถอยตัวออกห่างจากเป้าหมายทีละช้าๆ ก็มีโอกาสเหมือนกันที่ แดเนี่ยล เลวี่ จะสั่งการขั้นเด็ดขาด โดยเฉพาะเมื่อมีกระแสข่าวช่วงหลังบอกว่า ถ้าน้ามูพาทีมจบใน 4 อันดับแรกไม่ได้ สเปอร์สไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยอะไรในการสั่งปลดด้วย

ก็ใช่หรือไม่ หากว่าหนทางพิสูจน์ม้า “กาลเวลา” ก็ย่อมจะเป็นเครื่องพิสูจน์ความเป็น “มูรินโญ่”

ว่าเขายังคู่ควรกับเก้าอี้นายใหญ่ไก่เดือยทองอยู่ไหม

และยังสามารถจัดเป็น “กุนซือแถวหน้า” แห่งจักรวาลผู้จัดการทีมโลก ได้รึเปล่า

เริ่มต้นที่คืนนี้ กับฉากจบซีซั่น–ที่เหลือเวลาอีก 2 เดือนเท่านั้น.

• ไกด์เถื่อน เรียบเรียง •

สถิติมูรินโญ่คุมทีมตัวเองพบ แมนฯ ยูไนเต็ด
แข่ง 23
ชนะ 10
เสมอ 9
แพ้ 4

ผลการพบกับ แมนฯ ยูไนเต็ด เมื่อเข้าคุมสเปอร์ส
• พรีเมียร์ลีก 4 ธันวาคม 2019
แมนฯ ยูไนเต็ด 2-1 สเปอร์ส

(1-0 มาร์คัส แรชฟอร์ด น.6, 1-1 เดเล่ อัลลี่ น.39, 2-1 มาร์คัส แรชฟอร์ด จุดโทษ น.49)

• พรีเมียร์ลีก 19 มิถุนายน 2020
สเปอร์ส 1-1 แมนฯ ยูไนเต็ด

(1-0 สตีเฟ่น เบิร์กไวน์ น.27, 1-1 บรูโน่ แฟร์นันเดส จุดโทษ น.81)

• พรีเมียร์ลีก 4 ตุลาคม 2020
แมนฯ ยูไนเต็ด 1-6 สเปอร์ส

(1-0 บรูโน่ แฟร์นันเดส จุดโทษ น.2, 1-1 ตองกี เอ็นดอมเบเล่ น.4, 1-2 ซน ฮึง-มิน น.7, 1-3 แฮร์รี่ เคน น.30, 1-4 ซน ฮึง-มิน น.37, 1-5 แซร์จ โอริเยร์ น.51, 1-6 แฮร์รี่ เคน น.79)
ใบแดง – อองโตนี่ มาร์กซิยาล น.28