16 พฤษภาคม 2021 // 18:20 น.

วันเปลี่ยนชีวิต

เพราะก่อนจะเกิดเหตุการณ์ระดับพลิกโลก-เปลี่ยนชีวิตใครสักคนหรืออะไรสักอย่าง มันก็เป็นเพียงวันธรรมดา ๆ วันหนึ่งเท่านั้น

ใครเล่าจะรู้ เพียงการเจรจาตกลงธุรกิจในบ่ายวันหนึ่งของซัมเมอร์ 2010 จะกลายเป็นการนำพา เลสเตอร์ ซิตี้ ขึ้นสู่สวรรค์ชั้นฟ้า–อย่างที่ไม่เคยมีใครกล้าคิดกล้าฝันมาก่อน ในอนาคตเพียงไม่นานถัดจากนั้น

ไม่ใช่ใครที่ห่างเหิน เลสเตอร์กับคอบอลยุค 80-90 ถือว่ารู้จักกันเป็นอย่างดี ผ่านเครื่องแบบสีน้ำเงินโลโก้จิ้งจอก, เมนสปอนเซอร์อย่างมันฝรั่งวอล์คเกอร์ส จนถึงนักเตะอย่าง แกรี่ ลินิเกอร์, สตีฟ วอลช์, เอมิล เฮสกี้, สตีฟ กั๊ปปี้, นีล เลนน่อน, เคซี่ย์ เคลเลอร์, ร็อบบี้ ซาเวจ, แม็ตต์ เอลเลียตต์ จนถึงกุนซืออย่าง มาร์ติน โอนีล

หากแต่เมื่อดูจากก้าวเดินในช่วงระยะหนึ่ง ราวปี 2004-2009 มันก็น่าแปลกใจอยู่ไม่น้อยที่จะมีนายทุนสักคน เดินเข้าหาทีมอย่าง เลสเตอร์ ซิตี้

นั่นเพราะ…
• 2003/04 จบอันดับ 18 ตกชั้นจากพรีเมียร์ลีก สู่ เดอะ แชมเปี้ยนชิพ

• 2004/05 – 2006/07 ทำผลงานระดับ “โบว์ดำ” จมด้านล่างตาราง ชปช. อย่างต่อเนื่อง ได้อันดับ 15-16-19

• 2007/08 แล้วก็ไม่รอดจนได้ จบอันดับ 22 ร่วงตกชั้นจาก ชปช. ไปสู่ ลีก วัน

• 2008/09 ยังดี เด้งตัวปีนกลับสู่ ชปช. อย่างรวดเร็วในเพียงปีเดียว ด้วยการครองแชมป์ ลีก วัน ภายใต้การนำของ ไนเจล เพียร์สัน

เพราะฉะนั้นนั่นหมายความว่า ก่อนที่ คิง เพาเวอร์ จะขยับหมากกรีธาทัพเข้าหา เลสเตอร์ ก็คือ “ทีมระดับลีกวัน” หมาด ๆ เลย

เรื่องของเรื่อง เกิดจากการ “ติดต่อมาเอง” ของ มิลาน มันดาริช เจ้าของ-ประธานสโมสรในช่วงนั้น ที่อยากได้สปอนเซอร์อกเสื้อใหม่ และเล็งเห็นว่า “คิง เพาเวอร์” เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ กับธุรกิจดิวตี้ฟรีที่มีแต่จะเติบโตขึ้น

“ตอนนั้นผมจำได้ว่าเรานั่งคุยกันที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในลอนดอน ทางสโมสรเขาเอาเอกสารมาให้ดู เขาจะมาขอสปอนเซอร์ตรงหน้าอกเสื้อ” อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ย้อนความ (The Fairy Tale of Underfox, a book, จิรเดช โอภาสพันธ์วงศ์) “จำได้ว่าตอนนั้นราคาประมาณ 3 แสนปอนด์ คนที่ขายบอกว่าอยู่ในลีกแชมเปี้ยนชิพ ผมก็ไม่รู้หรอกว่าอะไรคือลีกแชมเปี้ยนชิพ เพราะดูแต่พรีเมียร์ลีก”

“ผมบอกไปว่าผมไม่สนใจเท่าไหร่ แต่คุณพ่อท่านอยากลอง คงจะชอบ ผมเลยบอกว่าไปดูที่สนามเลยดีกว่า จะได้สัมผัสว่าทีมเป็นยังไง”

อย่างที่บอก มันดาริช ติดต่อมายัง คิง เพาเวอร์ เพื่อขอสปอนเซอร์อกเสื้อ อัยยวัฒน์ และคุณพ่อ วิชัย ศรีวัฒนประภา จึงเดินทางไปยังสโมสรเลสเตอร์เพื่อเจรจาหาข้อตกลง ก็ปรากฎว่าจากที่ตั้งใจไปคุยเรื่องซื้อโฆษณาราคา 3 แสนปอนด์ กลายเป็นการควักกระเป๋า 40 ล้านปอนด์ซื้อทีมไปเสีย!

“คุยกันตอนกลางคืน รุ่งเช้าเราไปสนามเลย นั่งคุยกับ มิลาน มันดาริช เจ้าของเลสเตอร์ตอนนั้นที่ห้องอาหาร ผมจำห้องนั้นได้ดีเลย นั่งกินข้าวไปก็ไม่สนใจอะไรหรอก แต่พอเขาเอาเสื้อทีมที่สกรีนโลโก้คิง เพาเวอร์ มาให้เรา พ่อก็ถามว่า ยูขายทีมไหม?”

“เขาบอก ‘ขายสิ ยูสนใจหรือ?’ พ่อก็ถามว่าเท่าไหร่ พอคุยกันในรายละเอียด เขาเห็นโอกาสที่ขายทีมแล้วทีมจะดีขึ้น อย่างการตลาดที่เราจะทำในเอเชียหรือในอังกฤษเอง เราก็มี vision และ ambition ที่จะสร้างทีมใหม่ ทำให้ทีมขึ้นพรีเมียร์ลีก เขาก็บอกว่า ยูมีเป้าหมายชัดเจน มีไอเดียที่จะทำฟุตบอลอยู่แล้ว เอาเลย ซื้อทีมเลย”

“ตอนนั้นอีกหนึ่งสัปดาห์จะเริ่มฤดูกาล เขาบอกถ้าให้ทำเอกสารเสนอมันจะไม่ทัน เขาเลยกางตัวเลขให้ดูว่าต้องใช้จ่ายเท่าไหร่ต่อฤดูกาล มีหนี้อยู่เท่าไหร่ ซื้อหุ้นเขาไปเท่าไหร่ เขียนใส่กระดาษยื่นให้ ก็ตกลงกันวันนั้นเลย”

• สิงหาคม 2010 คิง เพาเวอร์ เข้าเทคโอเวอร์ เลสเตอร์ ซิตี้ ต่อจาก มิลาน มันดาริช ด้วยวงเงิน 40 ล้านปอนด์

• 2013/14 หรือเพียง 4 ปีถัดจากการเข้ามาของกลุ่มทุนชาวไทย เลสเตอร์ (คุมโดย เพียร์สัน / มีนักเตะอย่าง แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล, เวส มอร์แกน, พอล คอนเชสกี้, แดนนี่ ดริงค์วอเตอร์, แอนดี้ คิง, อองโตนี่ น็อคการ์ท, ริยาด มาห์เรซ, เดวิด นิวเจนท์, เจมี่ วาร์ดี้) ผงาดครองแชมป์แชมเปี้ยนชิพ ตีตั๋วคืนสู่พรีเมียร์ลีก หลังหายหน้าไป 10 ปี

• 2014/15 ทั้งที่ออกสตาร์ทอย่างเร้าใจ หนึ่งในนั้นมีเกมถลุง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 5-3 แต่ก็กลับยืนระยะไม่ได้ คืนวันผ่านพ้น เลสเตอร์ ได้ผลอยู่ 2 แบบคือ “แพ้น้อย” กับ “แพ้มาก” จนอมบ๊วยแก้มตุ่ยตั้งแต่ พ.ย. 2014 จนถึง เม.ย. 2015 แต่ปรากฏผีเข้ามันดื้อ ๆ ติดเครื่องชนะ 7 จาก 9 เกมท้าย รอดตายด้วยการเด้งไปจบอันดับ 14

• 2015/16 บ้าไปแล้ว – สองปีก่อนอยู่ลีกรอง, ปีก่อนหน้าหวิดจะตกชั้น ปรากฏปีนี้ เลสเตอร์ “แชมป์พรีเมียร์ลีก” ไปเลยจ่ะนายจ๋า เป็นปาฏิหาริย์เทพนิยายระดับร้อยปีมีครั้ง ด้วยเรต 5000/1 ที่ร้านพูลมองว่าเกิดยากกว่าการที่ เอลวิส เพรสลี่ย์ จะยังมีชีวิตอยู่ด้วยซ้ำ

• 2016/17 ประเดิมลงเล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และไปได้ไกลถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย (แพ้ แอตเลติโก มาดริด สกอร์รวม 1-2)

• ตุลาคม 2018 โศกนาฏกรรมเฮลิคอปเตอร์ตกบริเวณลานจอดรถ คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม คร่าชีวิตพลขับและลูกเรือ 5 ราย หนึ่งในนั้นคือท่านประธาน วิชัย ศรีวัฒนประภา

• 2018/19 นอกจากความสูญเสียครั้งใหญ่แล้ว ยังเป็นซีซั่นอันแสนผันผวนของเลสเตอร์ กุนซือฝรั่งเศส โคล้ด ปูแอล โดนปลดหลังจากเข้าคุมแทน เคร็ก เช็คสเปียร์ ได้แค่ปีกว่า ก่อนจะมาลงเอยกับ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ที่ทิ้ง กลาสโกว์ เซลติก มากลางคัน

• 2019/20 สร้างระยะเข้าเบรคชนะเกมพรีเมียร์ลีก 8 นัดติดต่อกัน (แมตช์ที่ 9-16) ระหว่างนั้นมีเกมบุกยิง เซาธ์แฮมป์ตัน 9-0 จนมีลุุ้นติดท็อปโฟร์เต็มตัว ก่อนที่ฟอร์มจะออกแผ่วในช่วงท้าย กระทั่งเข้าป้ายที่อันดับ 5

• 2020/21 ยืนระยะได้ไม่ต่างจากซีซั่นก่อน ถึงตอนนี้ที่ผ่านไปแล้ว 36 นัด เลสเตอร์ ยึดอันดับ 3 ด้วยแต้มที่ห่างจากที่ 5 ลิเวอร์พูล ถึง 6 คะแนน เรียกว่าเกิน 90% แล้วที่จะได้ไป ชปล. อีกรอบ / givemesport จัดอันดับให้ตระกูลศรีวัฒนประภา เป็นเจ้าของที่ดีที่สุดในพรีเมียร์ลีก (ให้ความสำคัญกับแฟนบอลอย่างแท้จริง, ลงทุนกับสโมสรอย่างเต็มที่, ทำการเสริมทัพได้ยอดเยี่ยม แถมยังเลือกถูกมาก ๆ ในการนำ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส เข้ามาคุมทีม) / วานนี้ หักปากกาเซียน เบียดชนะ เชลซี 1-0 ด้วยประตูโทนของ ยูรี่ ตีเลอม็องส์ ในนัดชิงชนะเลิศเอฟเอ คัพ 2021 ครองแชมป์ถ้วยนี้เป็นสมัยแรก และเป็นอีกครั้งที่ประชาชนชาวเลสเตอร์ได้ฉลองครั้งใหญ่ ถัดจากแชมป์ลีกปาฏิหาริย์เมื่อห้าปีก่อน

.

ณ ปลายซัมเมอร์ 2010 อันเป็นเพียงวันธรรมดา ๆ วันหนึ่ง พ่อลูกตระกูลศรีวัฒนประภา กลายเป็นเจ้าของสโมสรรายใหม่ของ เลสเตอร์ ซิตี้

ใครเล่าจะรู้ มันกลายเป็นเสมือน “วันเปลี่ยนชีวิต” พลิกชะตาให้ทีมอย่าง เลสเตอร์ ไปไกลอย่างที่ไม่เคยมีใครกล้าคิดกล้าฝัน

และทั้งหมดทั้งมวลไม่ใช่ความฝัน มันคือเรื่องจริง!


• ไกด์เถื่อน เรียบเรียง •