9 พฤษภาคม 2021 // 12:56 น.

ชายผู้รับอาสาคุมฝูงหมาป่า

ไม่ถึงกับสะเทือนวงการลูกหนัง แต่ก็สร้างความฮือฮาได้ไม่น้อยสำหรับการขึ้นรับตำแหน่งนายใหญ่คนใหม่แห่งทัพ “หมาป่ากรุงโรม” อาแอส โรม่า ในฤดูกาลหน้า ของ โชเซ่ มูรินโญ่ เฮดโค้ชชาวโปรตุกีส แทนที่ เปาโล ฟอนเซก้า กุนซือเพื่อนร่วมชาติ ภายหลังจากว่างงานได้ไม่นาน

อย่างที่ทราบกันดี มูรินโญ่ โดน ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ปลดกลางอากาศ หลังสโมสรประกาศลงนามเข้าร่วมศึกซูเปอร์ลีกได้ไม่กี่ชั่วโมง แม้ก่อนที่สุดท้ายแล้วโปรเจ็กต์นี้จะล่มไม่เป็นท่า และทั้งที่ในอีก 6 วันให้หลังยังมีศึกตัดสินชิงชนะเลิศ คาราบาว คัพ กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (สุดท้ายเป็นซิตี้ที่สมหวัง) ขณะที่ผลงานในลีกเองก็ยังพอมีหวังในการทำอันดับไปเล่นถ้วยยุโรป แต่ทางบอร์ดบริหารสเปอร์สกลับไม่รีรอที่จะแยกทางกับอดีตกุนซือผู้มากความสำเร็จผู้นี้ ท่ามกลางความสงสัยของแฟนบอล

นั่นจึงเป็นอีกครั้งที่ โชเซ่ มูรินโญ่ อยู่ไม่จบครบสัญญา

เชลซี, เรอัล มาดริด, แมนฯ ยูไนเต็ด คือสโมสรก่อนหน้านี้ที่ยอม “จ่ายจบ” ให้ค่าชดเชยในราคาแพงเพื่อจบสัมพันธ์ และแม้ล่าสุดมูรินโญ่จะได้งานใหม่กับโรม่าแล้ว สเปอร์ส ก็ยังต้องจ่ายราว ๆ 400 กว่าล้านบาทเพื่อเป็นค่าชดเชย ชึ่งจากทุกสโมสรรวมกัน รวม ๆ แล้วเป็นมูลค่ากว่า 2 พันล้านบาทเลยทีเดียวที่มูรินโญ่ได้เงินเข้ากระเป๋าโดยที่ไม่ต้องเหนื่อยให้ครบตามสัญญา

ถึงกระนั้นแล้ว เหตุใด โรม่า จึงเลือก มูรินโญ่ พร้อมมอบสัญญา 3 ปีกับค่าเหนื่อย 5 ล้านปอนด์ต่อปีให้ แม้ว่าชื่อเสียงกับความสำเร็จของเขาจะเริ่มถดถอย โดยที่ สเปอร์ส กลายเป็นสโมสรแรกที่เขาพลาดไม่ได้แชมป์แม้แต่รายการเดียว นับตั้งแต่สร้างชื่อกับ ปอร์โต้ เป็นต้นมา

ประการแรก ที่ โรม่า เลือก มูรินโญ่ คือสัญญาของ เปาโล ฟอนเซก้า กำลังจะหมดลงหลังสิ้นฤดูกาลนี้ แม้เขาจะมีออปชั่นเสริมคุมต่ออีก 1 ปีถ้าหากทำผลงานดี แต่จากผลงานที่ผ่านมายังไม่เข้าตาบอร์ดบริหาร ทำได้ดีสุดคือจบในอันดับที่ 5 ไม่สามารถพาทีมไปเล่นฟุตบอลยุโรปรายการใหญ่ได้ สโมสรจึงเลือกที่จะไม่ต่อสัญญา และ จำเป็นต้องมองหาคนที่ใช่กว่า ในขณะที่มูรินโญ่เองก็กำลังอยู่ในช่วงว่างงานพอดี จึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมและลงตัว

ประการที่สอง โรม่า คือหนึ่งในสโมสรชั้นนำของอิตาลี เปรียบได้กับ BIG 6 ของอังกฤษ ก็ว่าได้ การขาดหายจากความสำเร็จย่อมไม่ใช่วิถีของทีมใหญ่ โรม่า คว้าแชมป์ครั้งสุดท้ายคือรายการโคปปา อิตาเลีย เมื่อปี 2007/08 และคว้าสคูเด็ดโต้หรือแชมป์กัลโช่ เซเรีย อา ครั้งล่าสุด ต้องย้อนไปในปี 2000/01 หรือเมื่อ 20 ปีก่อนโน้น ในยุคของกุนซือ ฟาบิโอ คาเปลโล่ โดยมีผู้เล่นแกนหลักอย่าง ฟรานเชสโก้ ต๊อตติ, มาร์โก เดลเว็คคิโอ, มาร์กอส คาฟู, กาเบรียล บาติสตูต้า, ฮิเดโตชิ นากาตะ เป็นต้น ซึ่งถือเป็นยุคทองของโรม่าเลยทีเดียว แต่กับเวทียุโรป โรม่า ถือว่าล้มเหลวโดยสิ้นเชิง ไม่เคยประสบความสำเร็จมาหลายสิบปี (แชมป์แรกแชมป์เดียวคือ Inter-Cities Fairs Cup 1961) ดังนั้นประสบการณ์ของ มูรินโญ่ เป็นเรื่องที่ดีกับโรม่าแน่นอน

ประการที่สาม มูรินโญ่ อาจเหมาะกับลีกอิตาลี จากสไตล์การทำทีมของเขา เขาเป็นคนให้ความสำคัญกับนักเตะในทีมมาก ใช้จิตวิทยาทำให้ทีมเป็นหนึ่งเดียวกัน เน้นผลการแข่งขันไม่เน้นสกอร์ อินเตอร์ มิลาน คือภาพจำที่ชัดเจนที่สุด ด้วยการคว้า “ทริปเปิ้ลแชมป์” ในปี 2009/10 มาครองอย่างยิ่งใหญ่ “ผมจะเล่นเพื่อมูรินโญ่” คือคำบอกเล่าของ มาร์โก มาเตรัซซี่ กองหลังคนสำคัญของทีมในเวลานั้น และกับ โรม่า บอร์ดหมาป่าคงคาดหวังว่าเขาจะสร้างชื่อแบบนั้นได้อีกครั้ง

แต่จากสถานการณ์ปัจจุบัน ภายใต้การทำทีมของฟอนเซก้า โรม่า รั้งอันดับ 7 บนตาราง ส่อเค้าไม่ได้ไปเล่นฟุตบอลสโมสรยุโรปในซีซั่นหน้า บวกกับการที่บอร์ดบริหารกระซิบเบา ๆ แล้วว่า “เห้ยนาย เราไม่ค่อยมีตังค์ให้นายช็อปหรอกนะตอนนี้” จึงเป็นเรื่องที่ท้าทายทีเดียวสำหรับมูรินโญ่ในการพาโรม่าไล่ล่าความสำเร็จ เมื่อดูจากขุมกำลังนักเตะที่มีอยู่อย่าง เอดิน เชโก้, บอร์ฆา มาโยรัล, ลอเรนโซ่ เปลเลกรินี่, เฮนริค มคิตาร์ยาน, ฮาเวียร์ ปาสตอเร่ คงไม่เพียงพอต่อกรกับยักษ์ใหญ่อย่าง อินเตอร์ มิลาน, เอซี มิลาน หรือ ยูเวนตุส แน่

ดังนั้นแรกสุดในฤดูกาลหน้า มูรินโญ่ จึงจำเป็นต้องใช้ผู้เล่นชุดเดิม ๆ ที่มีอยู่ พาทีมจบใน 4 อันดับแรกให้ได้ก่อน เพื่อที่จะได้ไปเล่นใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก แล้วค่อยโน้มน้าวบอร์ดบริหารให้เสริมตัวผู้เล่นดี ๆ เข้ามาเพิ่ม และเมื่อถึงตอนนั้น ก็ไม่แน่ที่ โรม่า จะกลับมาเป็นหมาป่าที่น่าเกรงขามได้อีกครั้ง ภายใต้การควบคุมของชายที่ได้ชื่อว่า “เดอะ สเปเชียล วัน”

• สิฎฐิเศรษฐ์ •