8 ตุลาคม 2021 // 04:31 น.

‘พรีเมียร์ลีก’ ยัน ‘กลุ่มทุนซาอุฯ’ ซื้อ ‘สาลิกา’ เรียบร้อย

พรีเมียร์ลีก ยืนยันอย่างเป็นทางการ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ได้เปลี่ยนเจ้าของจาก ไมค์ แอชลีย์ เป็นกลุ่มทุนจากซาอุดิอาระเบีย เป็นที่เรียบร้อย

กลุ่มทุนจากซาอุดีอาระเบีย พยายามเข้าซื้อ นิวคาสเซิ่ล มาแล้วรอบแรก แต่ติดข้อพิพาทกับ บีอิน สปอร์ตส์ ในเรื่องลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดพรีเมียร์ลีก แต่ล่าสุดสามารถเคลียร์ข้อพิพาทดังกล่าวได้เป็นที่เรียบร้อย

กลุ่มทุนดังกล่าวนำโดย “กองทุนเพื่อการลงทุนสาธารณะ” (Public Investment Fund – PIF) สามารถพิสูจน์ต่อพรีเมียร์ลีกได้ว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับรัฐซาอุดีอาระเบีย ที่ถูกกล่าวหาเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชน

โดย พีไอเอฟ จะเป็นผู้จัดหาเงิน 80 เปอร์เซ็นต์ของกลุ่มทุนที่มี อแมนด้า สตาเวลี่ย์ นักการเงินเจ้าของ PCP Capital Partners บริษัทที่ปรึกษาด้านการลงทุน และมหาเศรษฐีพี่น้องรูเบน ร่วมด้วย เพื่อใช้เป็นทุนในการเทคโอเวอร์ 300 ล้านปอนด์ 

นั่นทำให้การเข้าเทคโอเวอร์ของกลุ่มทุนจากซาอุดีอาระเบียประสบความสำเร็จในที่สุด และเป็นการสิ้นสุดยุคของ ไมค์ แอชลีย์ ที่บริหารงานมานาน 14 ปีและมีกระแสต่อต้านจากแฟนบอลสาลิกาดงมาตลอด

แถลงการณ์จากพรีเมียร์ลีกระบุว่า “พรีเมียร์ลีก สโมสร นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด และ เซนต์ เจมส์ โฮลดิ้ง ลิมิเต็ด สามารถยุติข้อขัดแย้งในเรื่องเทคโอเวอร์จากกลุ่มทุน พีไอเอฟ, พีซีพี แคปปิตอล พาร์ทเนอร์ และ อาร์บี สปอร์ตส์ แอนด์ มีเดีย”  

“ภายหลังจากการตรวจสอบความเหมาะสม สโมสรถูกขายให้กับกลุ่มทุนโดยมีผลในทันที พร้อมกันนี้เพื่อยุติความในเรื่องเจ้าของสโมสร พรีเมียร์ลีกได้รับการันตีตามตัวบทกฏหมายด้วยว่าราชอาณาจักรซาอุดิอาระเบียจะไม่เข้ามาควบคุม นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด”

การเทคโอเวอร์ในครั้งนี้ทำให้ นิวคาสเซิ่ล กลายเป็นหนึ่งในสโมสรที่ร่ำรวยที่สุดในโลกในทันที ขณะที่แฟนบอลสาลิกามากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ก็เห็นด้วยกับการเปลี่ยนเจ้าของทีมเพราะหมดความหวังกับ ไมค์ แอชลี่ย์ มานาน