10 ตุลาคม 2021 // 17:11 น.

สเปน VS ฝรั่งเศส

u12

สเปน

VS

ฝรั่งเศส

10 ตุลาคม 2021 1:45 am

ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก 2021 นัดชิงชนะเลิศ
ซาน ซิโร่, มิลาน, อิตาลี
ฝรั่งเศส ต่อ 0/0.5

ผลงาน 5 นัดหลัง
สเปน
06/07/21 เสมอ อิตาลี 1-1 (ยูโร, แพ้จุดโทษ)
02/09/21 แพ้ สวีเดน 1-2 (คัดบอลโลก)
05/09/21 ชนะ จอร์เจีย 4-0 (คัดบอลโลก)
08/09/21 ชนะ โคโซโว 2-0 (คัดบอลโลก)
06/10/21 ชนะ อิตาลี 2-1 (เนชั่นส์ลีก)

ฝรั่งเศส
28/06/21 เสมอ สวิตเซอร์แลนด์ 3-3 (ยูโร, แพ้จุดโทษ)
01/09/21 เสมอ บอสเนีย 1-1 (คัดบอลโลก)
04/09/21 เสมอ ยูเครน 1-1 (คัดบอลโลก)
08/09/21 ชนะ ฟินแลนด์ 2-0 (คัดบอลโลก)
07/10/21 ชนะ เบลเยียม 3-2 (เนชั่นส์ลีก)

สภาพความพร้อมของสองฝั่ง
สเปน ผ่านเข้าชิงมาได้อย่างพลิกล็อก โค่นเจ้าภาพรอบชิงแชมป์ ผู้ไร้พ่ายมานานนับปีอย่าง อิตาลี ลงได้ 2-1 ด้วยสองประตูของ เฟร์ราน ตอร์เรส ตัวทีเด็ดสุดของทีมชุดนี้
ทีมชุดนี้ของ หลุยส์ เอ็นริเก้ มีปรับเปลี่ยนเยอะจากช่วงหลัง หลุดไปหมดทั้ง อัลบาโร่ โมราต้า, เคราร์ด โมเรโน่, อดาม่า ตราโอเร่
อีกทั้งตัวเจ็บก็เพียบ ไม่มีทั้ง เซร์คิโอ รามอส, ติอาโก้ อัลกันตาร่า, ดานี่ การ์บาฆาล, ฟาเบียน รุยซ์, จอร์ดี้ อัลบา, การ์ลอส โซเลร์, โฆเซ่ หลุยส์ กาย่า และ ดานี่ โอลโม่ รวมทั้งเจ้าหนูคนเหล็ก เปดรี้ ก็เดี้ยงซ้ำไปอีกคน
การขาดหน้าเก่า ๆ ไปเยอะ ทำให้ เอ็นริเก้ เรียกตัว ปาโบล กาบิร่า “กาบี” มิดฟิลด์วัย 17 ของ บาร์เซโลน่า, เยเรมี่ ปิโน่ กองหน้าวัย 18 ของ บียาร์เรอัล และ ไบรอัน กิล ปีกวัย 20 ของสเปอร์ส เข้ามาอยู่ในทีม ซึ่ง กาบี ได้เล่นตัวจริงนัดชนะ อิตาลี ด้วย

ฝั่ง ฝรั่งเศส แชมป์โลก 2018 ของ ดิดิเย่ร์ เดส์ชองส์ หวิดตกรอบไปอยู่แล้วจากการตามหลัง เบลเยียม 0-2 ในครึ่งแรก ก่อนพลิกแซงชนะอย่างไม่น่าเชื่อ 3-2 ในครึ่งหลัง
ตัวผู้เล่นของตราไก่ก็ไม่อยู่ในจุดที่ดีนักเช่นกัน เอ็นโกโล่ ก็องเต้, โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์, คิงส์ลี่ย์ โกม็อง, โกร็องแต็ง โตลิสโซ่ และ อุสมัน เดมเบเล่ บาดเจ็บทั้งหมด รวมถึง ลูก้าส์ ดีญ อีกราย
อย่างไรก็ตาม บรรดาแกนหลักก็อยู่กันไม่น้อย ไม่ว่าจะ ปอล ป๊อกบา, อาเดรียง ราบิโอต์, อองตวน กรีซมันน์, คีลิยัน เอ็มบัปเป้ หรือ คาริม เบนเซม่า
สำหรับหน้าใหม่ ๆ อย่าง มัตเตโอ เก็นดูซี่, มุสซ่า ดิยาบี้, ออเรลิยง ชูอาเมนี่ หรือ ไมค์ เมญอง จะถูกใส่ชื่อเป็นสำรองทั้งหมด

11 ตัวจริงที่คาด
สเปน (4-3-3) อูไน ซิมอน – เซซ่าร์ อัซปิลิกวยต้า, เปา ตอร์เรส, อายเมอริก ลาป๊อร์กต์, มาร์กอส อลอนโซ่ – เซร์คิโอ บุสเก็ตส์, โกเก้, กาบี – ปาโบล ซาราเบีย, มิเกล โอยาร์ซาบัล, เฟร์ราน ตอร์เรส
ฝรั่งเศส (3-4-1-2) อูโก้ โยริส – ชูลส์ กุนเด้, ราฟาแอล วาราน, ลูก้าส์ แอร์กน็องเดซ – เบนชาแม็ง ปาวาร์, ปอล ป๊อกบา, อาเดรียง ราบิโอต์, เตโอ แอร์กน็องเดซ – อองตวน กรีซมันน์ – คีลิยัน เอ็มบัปเป้, คาริม เบนเซม่า

สถิติน่าสนใจ
• ถัดจาก อิตาลี ที่ไร้พ่ายยาวนาน 37 นัด ฝรั่งเศส ชุดนี้ ก็ไม่แพ้ใครมาถึง 15 นัดติดต่อกันแล้ว ไม่นับเกมที่แพ้จุดโทษ สวิตเซอร์แลนด์ ตกรอบยูโร
• สเปน ชนะมา 3 นัดติดต่อกันหลังจากแพ้ สวีเดน ต้นเดือน ก.ย.
• พบกัน 5 นัดหลัง สเปนชนะ 3 เสมอ 1 ฝรั่งเศสชนะแค่หนเดียว

ทรรศนะ
แม้ สเปน จะพลิกล็อกเขี่ย อิตาลี ร่วงไปแบบสวย ๆ และ ฝรั่งเศส เลือดตาแทบกระเด็นกว่าจะโค่น เนเธอร์แลนด์ส ลงในครึ่งหลัง แต่โดยภาพรวมแล้ว ฝรั่งเศส ยังดูเหลื่อมกว่า สเปน เล็กน้อย โดยเฉพาะคุณภาพนักเตะจากหลังมาหน้า แม้โอกาสเสมอจะมีไม่น้อย แต่ถ้าต้องเลือกผู้ชนะ ฝรั่งเศส ย่อมมีภาษีดีกว่า

สกอร์ที่คาด

1

สเปน

แพ้

2

ฝรั่งเศส

ความมั่นใจ : 67%