29 พฤษภาคม 2021 // 12:11 น.

แมนฯ ซิตี้ VS เชลซี

u12

แมนเชสเตอร์ ซิตี้

VS

เชลซี

29 พฤษภาคม 2021 2:00 am

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2020/21 นัดชิงชนะเลิศ
เอสตาดิโอ โด ดราเกา, ปอร์โต้ โปรตุเกส
แมนฯ ซิตี้ ต่อ 0.5

ผลงาน 5 นัดหลังสุด
แมนฯ ซิตี้ – ชนะ 3 แพ้ 2
แมตช์ล่าสุด ชนะ เอฟเวอร์ตัน 5-0
เชลซี – ชนะ 2 แพ้ 3
แมตช์ล่าสุด แพ้ แอสตัน วิลล่า 1-2

เส้นทางสู่นัดชิง
แมนฯ ซิตี้
รอบแบ่งกลุ่ม ชนะ ปอร์โต้ 3-1
รอบแบ่งกลุ่ม ชนะ มาร์กเซย 3-0
รอบแบ่งกลุ่ม ชนะ โอลิมเปียกอส 3-0
รอบแบ่งกลุ่ม ชนะ โอลิมเปียกอส 1-0
รอบแบ่งกลุ่ม เสมอ ปอร์โต้ 0-0
รอบแบ่งกลุ่ม ชนะ มาร์กเซย 3-0
รอบ 16 ทีมสุดท้าย ชนะ กลัดบัค 2-0 / 2-0 (สกอร์รวม 4-0)
รอบก่อนรองชนะเลิศ ชนะ ดอร์ทมุนด์ 2-1 / 2-1 (สกอ์รวม 4-2)
รอบรองชนะเลิศ ชนะ เปแอสเช 2-1 / 2-0 (สกอร์รวม 4-1)

เชลซี
รอบแบ่งกลุ่ม เสมอ เซบีย่า 0-0
รอบแบ่งกลุ่ม ชนะ คราสโนดาร์ 4-0
รอบแบ่งกลุ่ม ชนะ แรนส์ 3-0
รอบแบ่งกลุ่ม ชนะ แรนส์ 2-1
รอบแบ่งกลุ่ม ชนะ เซบีย่า 4-0
รอบแบ่งกลุ่ม เสมอ คราสโนดาร์ 1-1
รอบ 16 ทีมสุดท้าย ชนะ แอตฯ มาดริด 1-0 / 2-0 (สกอร์รวม 3-0)
รอบก่อนรองชนะเลิศ ชนะ ปอร์โต้ 2-0 / 0-1 (สกอร์รวม 2-1)
รอบรองชนะเลิศ ชนะ เรอัล มาดริด 1-1 / 2-0 (สกอร์รวม 3-1)

ความพร้อมของทั้งสองฝั่ง
แมนฯ ซิตี้
เรือใบสีฟ้าของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า อยู่ในเส้นทางทำ “ทริปเปิ้ลแชมป์” ภายหลังฟาดมาแล้วทั้ง คาราบาว คัพ กับ พรีเมียร์ลีก แต่ก็เป็นการเข้าชิงชนะเลิศ ชปล. เป็นครั้งแรกสุดเท่านั้นของตัวเอง
ในการเตรียมทีมก่อนเตะนัดนี้ เป๊ป เจอปัญหาเล็ก ๆ เมื่อ อิลคาย กุนโดกัน เกิดอาการบาดเจ็บเล็กน้อยในระหว่างซ้อม แต่ก็ไม่ใช่อะไรใหญ่โต มิดฟิลด์เยอรมันยังพร้อมลงสนามเป็นตัวจริงตามปกติ เช่นเดีขวกับตัวเลือกอื่น ๆ
การจัดทัพทั้งหมดน่าจะเป็นเดิม ๆ มีเซอร์ไพรส์เรื่องเดียวคือ แฟร์นันดินโญ่ มีสิทธิ์เป็นตัวเลือกก่อน โรดรี้ โดยจะเล่นร่วมกับ กุนโดกัน และ เควิน เดอ บรอยน์ ในแดนกลาง ส่วนข้างหน้าเน้นใช้ตัวฟอลส์ไนน์ ริยาด มาห์เรซ, ฟิล โฟเด้น, แบร์นาร์โด้ ซิลวา โดยที่ เซร์คิโอ อเกวโร่ ที่ลงเล่นนัดสั่งลาของจริง จะเริ่มด้วยการนั่งสำรองไปก่อน

เชลซี
ทางฝั่ง เชลซี ของ โธมัส ทูเคิ่ล เพิ่งจบอันดับ 4 พรีเมียร์ลีก มาได้อย่างหวุดหวิดทั้งที่นัดสุดท้ายแพ้ แอสตัน วิลล่า และเกมนี้คือโอกาสสุดท้ายในการจะทำให้ซีซั่นนี้มีโทรฟี่แชมป์ติดมือ กับการเข้าชิง ชปล. เป็นครั้งที่ 3 และเคยได้มาแล้วหนึ่งหนเมื่อปี 2012
ในส่วนของสภาพทีม ทูเคิ่ล ได้กลางรับคนสำคัญ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ กับนายประตูมือหนึ่ง เอดูอาร์ เมนดี้ หายเจ็บกลับมาซ้อมแล้ว ในขณะที่ มาเตโอ โควาซิช ที่เจ็บตลอดโค้งท้ายซีซั่น ก็ฟิตแล้ว พร้อมเป็นตัวเลือก
การจัดทัพจะมาในระบบ 3-4-2-1 ฮาคิม ซีเย็ค กับ เมสัน เมาน์ท เป็นสองตัวรุกหลังหอกเป้า ติโม แวร์เนอร์ ทำให้พวก คริสเตียน พูลิซิช, คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย, ไค ฮาแวร์ตซ์ ต้องรอโอกาสไปก่อน

11 ตัวจริงที่คาด
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (4-3-3) : เอแดร์ซอน โมราเอส – ไคล์ วอล์คเกอร์, จอห์น สโตนส์, รูเบน ดิอาส, โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้ – แฟร์นันดินโญ่, อิลคาย กุนโดกัน, เควิน เดอ บรอยน์ – ริยาด มาห์เรซ, ฟิล โฟเด้น, แบร์นาร์โด้ ซิลวา
เชลซี (3-4-2-1) : เอดูอาร์ เมนดี้ – เซซ่าร์ อัซปิลิกวยต้า, ติอาโก้ ซิลวา, อันโตนิโอ รูดิเกอร์ – รีซ เจมส์, จอร์จินโญ่, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, เบน ชิลเวลล์ – ฮาคิม ซีเย็ค, เมสัน เมาน์ท – ติโม แวร์เนอร์

ทรรศนะ
กลายเป็นว่าเมื่อ โธมัส ทูเคิ่ล เข้ามาคุมแล้ว เชลซี สยบ แมนฯ ซิตี้ ของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ได้ทั้งสองนัด แต่ในเมื่อมีคติ “เธิร์ดไทม์ลัคกี้” มันจึงเชื่อได้ยากว่า แมนฯ ซิตี้ จะยังกลับมาไม่ได้ในเกม ออล-อิงลิช ไฟนัล แมตช์นี้ ยิ่งด้วยดูจากฟอร์มช่วงหลัง เรือใบสีฟ้าก็เหนือกว่าชัด เผลอ ๆ จะเอาชนะได้ใน 90 นาที ไม่ต้องลุ้นต่อเวลาให้ดึกดื่น

สกอร์ที่คาด

2

แมนเชสเตอร์ ซิตี้

ชนะ

1

เชลซี

ความมั่นใจ : 72%