16 เมษายน 2021 // 11:57 น.

บันได 3 ขั้นของ ‘อาร์เตต้า’

หลังจากจบการแข่งขันศึกฟุตบอลถ้วยเล็กของยุโรป อย่าง ยูฟ่า ยูโรป้า ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศ นัดที่สอง ซึ่งเท่ากับว่า ผลจากที่ทีมปืนใหญ่ บุกไปยัดเยียดความปราชัยให้ทีมดังจากเช็กอย่าง สลาเวีย ปราก ถึงถิ่น 4-0 รวมสกอร์สองนัด ชนะ 5-1 ผมถึงขนาดอุทานกับตัวเองในใจว่า “เล่นดีชิบหาย!” แบบไม่เคยเห็นแบบนี้มาหลายเดือนหลัง

ฟอร์มแบบนี้ทำให้เก็บความมั่นใจใส่กระเป๋าอย่างเต็มเปี่ยม พร้อมทะลุเข้าสู่รอบรองชนะเลิศไปชนกับ บียาร์เรอัล ของ อูนวย เอ้ย อูไน เอเมรี่ อดีตแม่ทัพปืนที่ตอนนี้ผันไปขี่เรือดำน้ำ ซึ่งถ้าผ่านไปได้ ก็จะเป็นการเข้าชิงถ้วยใบนี้อีกครั้งถึง 2 จาก 3 ฤดูกาลหลังสุด

ซึ่งเกมอีก 3 นัด หรือบันไดอีก 3 ขั้นต่อจากนี้ จะเป็นการชี้วัดผลการทำทีมของ มิเกล อาร์เตต้า ว่าฤดูกาลนี้ จะ “ปัง” หรือ “พังพินาศ” กันแน่ ดังนั้น ผมขอยก 5 เหตุผล ที่ทีมปืนโตมีสิทธิ์เถลิงแชมป์

1. ขุมกำลังทีม
ฤดูกาลนี้ หากไม่ดูผลงานและอันดับตารางคะแนนในลีกที่น่าผิดหวัง ต้องบอกว่าบอร์ดบริหารที่ขึ้นชื่อว่าขี้งก ขี้เหนียวของอาร์เซน่อล ทุ่มทุนอย่างผิดหูผิดตา ทั้งไปฉีกสัญญา โทมัส ปาร์เตย์ มาจากแอตเลติโก มาดริด ชนิดว่าทีมยักษ์ใหญ่อื่น ๆ ตาค้าง มาเสริมทัพ รวมถึง การฉก วิลเลี่ยน จากเชลซี ซึ่งจริงที่ได้มาฟรี แต่ต้องบอกว่าตัวเลขค่าเหนื่อยที่สูงจนขนาด สเปอร์ส ยังถอนตัว ก็ต้องชื่นชมไม่น้อยที่บอร์ดบริหารยอมทุ่ม ไหนจะตลาดปีใหม่ อย่าง มาร์ติน โอเดการ์ด ที่ได้มาแบบยืมก็จริง แต่จากสถานการณ์โควิด-19 ที่ระบาดทั่วโลกแบบนี้ อีกทั้งยืมมาไม่ได้ฟรี ต้องเสียค่ายืมให้มาดริด บวกกับรายได้จากค่าตั๋วเข้าชมที่หดหาย ต้องยอมรับว่าพวกโครเอนเก้ ใจป้ำมาก ๆ

ซึ่งพอได้ก๊วนผู้เล่นที่กล่าวมา เสริมกับการต่อสัญญากับกัปตันทีม ปิแอร์-เอเมริก โอบาเมยัง ที่ตัวเลขค่าเหนื่อยพุ่งสูงถึง 350,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ (ถึงแม้ฟอร์มช่วงหลังดูจะไม่คุ้มก็เถอะ) ทำให้ปืนมีขุมกำลังที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง และต้องหวังถึงความสำเร็จให้ได้บ้างแล้ว แต่ผลงานในพรีเมียร์ลีก กลับไม่เป็นเช่นนั้น การแพ้ถึง 12 นัด เสมอ 6 และชนะ13 จาก 31 เกม อยู่อันดับ 9 ผมขอย้ำอีกครั้ง นี้ไม่ใช่ที่ที่อาร์เซน่อล ควรอยู่

อย่างไรก็ตาม พอมาลงเล่นถ้วยยูโรป้า ลีก ทีมปืนโตกลับกลายร่างเป็นอีกทีม ไล่ตบเด็กเป็นว่าเล่น สถิติชนะรวดทั้ง 6 เกมในรอบแบ่งกลุ่มไม่โกหกใคร ส่วนรอบน็อคเอาท์ ก็ชนะได้ถึง 3 เกม เสมอไป 2 จาก 6 เกม ทะลุเข้ารอบรองชนะเลิศ ทำให้หมายความได้ว่า ขุมกำลังทีมชุดนี้ เหมาะอย่างยิ่งกับการลุ้นความสำเร็จในถ้วยนี้ ตามบันได 3 ขั้น คือถ้าหากชนะอีก 3 เกมอย่างที่กล่าวไป ก็แชมป์แน่นอน

2. ความน่าผิดหวังในลีก จนไม่มีทางเลือก
ตามที่เกริ่นไป อันดับในพรีเมียร์ลีกของทีมปืนโต #เกินเยียวยา อยู่อันดับ 9 ตามหลังอันดับ 4 พื้นที่ถ้วยใหญ่แชมเปี้ยนส์ ลีก อย่างสุดกู่ 10 แต้มเต็ม ๆ ส่วนอันดับ 6 ที่คุ้นเคย ปีนี้เหมือนมีทีท่าว่าจะไปไม่ถึง เพราะตอนนี้ ลิเวอร์พูล ยึดอยู่ และมีแต้มนำอยู่ถึง 7 คะแนน จึงเป็นไปได้ยาก

ดังนั้นทางลัด ทางรอด ทางเดียว ของ มิเกล อาร์เตต้า และลูกทีม คือ ยูโรป้า ลีก เท่านั้น ที่ถ้าหากเป็นแชมป์ได้เท่ากับจะ “ได้ทั้งถ้วยทั้งกล่อง” คือทั้งโทรฟี่และเงินที่จะได้จากการไปเล่นแชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลหน้านั่นเอง เพราะฉะนั้น เหมือนบางที อาร์เตต้าจะเลือกแล้ว ว่าต้องจริงจังกับถ้วยไหนก่อนกันแน่ คือถ้าไม่ได้ยูโรป้า ก็จะมือเปล่า และเป็นฤดูกาลที่ผิดหวังสุด ๆ ไปเลย เพราะฉะนั้น ไม่มีข้อแก้ตัวอื่นนอกจากเป็นแชมป์ สำหรับกุนซือดาวรุ่งสแปนิช วัย 39 ขวบ

3. ฟอร์มของแก๊งค์ยังบลัด
สิ่งเดียวที่เป็นข้อดี ที่แฟนปืนใหญ่อย่างผมเห็นในฤดูกาลนี้ คือ ฟอร์มของดาวรุ่งในทีมที่แจ้งเกิดทะลุขึ้นมาได้สำเร็จ โดยเฉพาะในรายของ บูกาโย่ ซาก้า แข้งรายนี้ก้าวกระโดดจากนักเตะโนเนมสู่ทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่ไปเรียบร้อย เรียกได้ว่าเล่นดีจนทั้งซีเนียร์อย่าง วิลเลี่ยน, เปเป้ หรือ โอบาเมยัง ต้องนั่งสำรองรอโอกาสต่อท้าย สถิติ 37 นัด 7 ประตู 8 แอสซิสต์จากทุกถ้วย ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ

นอกจากนั้น อีกหนึ่งดาวเตะที่เหมือนดับสนิทไปแล้ว อย่าง เอมิล สมิธ-โรว์ ที่เคยพังขนาดไปเล่นในลีกรอง เดอะแชมเปี้ยนชิพ กับ ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ ยังไม่ได้โอกาสลงสนาม แต่กลับมาแจ้งเกิดในฤดูกาลนี้ ตัวเลขที่ถูกใช้งานถึง 25 เกมกับอีก 2 ประตู เป็นเรื่องน่ายินดี นี่ถ้าหากไม่มีอาการบาดเจ็บเป็นช่วง ๆ ยิ่งน่าจะได้ลงสนามมากกว่านี้อีก

ส่วนที่ไม่พูดถึงอีกไม่ได้ ทั้ง กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ ก็กลับมาได้จากอาการบาดเจ็บยาว และ โมฮาเหม็ด เอลเนนี่ ที่กลับมาเล่นดี เท่ากับเป็นการเอาของที่เคยเป็นขยะกลับมารีไซเคิ่ล ใช้ได้อีกครั้งของอาร์เตต้า ซึ่งจุดนี้ต้องให้เครดิตด้วย

4. โปรแกรมที่ค่อนข้างเป็นใจ
ถ้าดูแต่ในลีก ซึ่งเหมือนปืนจะทิ้งไปแล้ว เหลืออีก 7 เกมที่ต้องลงสนาม ซึ่งมองเผิน ๆ มีแค่เกมกับ เชลซี และเอฟเวอร์ตัน เท่านั้น ที่พวกเขาต้องหนักใจ ลงมือลงแรงกันหน่อย ที่เหลืออีก 5 เกม สามารถหมุนเวียนนักเตะลงเล่นได้สบาย ๆ ไม่ว่าจะเกมกับ ฟูแล่ม, นิวคาสเซิ่ล, เวสต์บรอมวิช, คริสตัล พาเลซ และ ไบรท์ตัน น่าจะไม่มีปัญหา เท่ากับจะไปใส่เต็ม ๆ กับเกมเจอ บียาร์เรอัล ทั้ง 2 นัดเหย้าเยือน ได้เต็มที่ อีกทั้งสถิติของอาร์เตต้า กับการดวลกับทั้ง อูไน เอเมรี่ และกุนซือจากสเปนชาติเดียวกันในถ้วยยุโรป ไม่เคยแพ้อีกด้วย ตรงนี้เชื่อใจได้

5. ไม่มีนักเตะบาดเจ็บ
น้อยครั้งที่ทีมปืนโตจะพร้อมแบบนี้ ตั้งแต่ผมเชียร์ทีมนี้มา 21 ปี ปืนใหญ่จะกลายสภาพเป็นปืนแตกอย่างสม่ำเสมอในช่วงกลางค่อนปลายของฤดูกาล แต่ปีนี้ ถ้าไม่นับ ดาวิด ลุยซ์ กับ คีแรน เทียร์นี่ย์ ที่เจ็บ ถือว่าสภาพทีมสมบูรณ์มาก ๆ มีนักเตะดี ๆ พร้อมเวียนกันลงถึงตำแหน่งละ 2 คน

ดังนั้นขอปิดท้ายว่า ถ้าไม่แชมป์ก็ช้ำสำหรับทัพปืนใหญ่ ต้องทุบหม้อข้าว ความหวังทุกอย่างอยู่ที่ ยูโรป้า ลีก ถ้าทำสำเร็จ คุณจะได้ทุกอย่าง ความสำเร็จที่รอมานานในถ้วยยุโรป ซึ่งแม้แต่ กุนซือตำนานอย่าง อาร์แซน เวนเกอร์ ก็ยังเสกให้ทีมไม่ได้ อีกทั้งเงินที่จะได้จากยูซีแอล ความดึงดูดต่อนักเตะดัง ๆ หากคุณได้ไปเล่นถ้วยใหญ่

ดังนั้น คุณต้องเลือก มิเกล อาร์เตต้า ว่าคุณจะพาทีมเป็นแชมป์ หรือเป็นแบบ อูไน เอเมรี่ ที่มือเปล่าออกไป!

เซียนสน

****ปล. ถ้าเข้าชิงกับแมนฯ ยูไนเต็ด ของน้าโอเล่ โซลชา จากสถิติ 5 เกมหลังสุดในพรีเมียร์ลีก อาร์เตต้า ไม่เคยแพ้นะครับ มีแค่เสมอกับชนะเท่านั้น เพราะฉะนั้น มันส์แน่นอนนนนน