22 กันยายน 2021 // 14:26 น.

การกลับมาของ ‘เดอะ สเปเชียล วัน’

ถ้าจะให้นึกถึงยอดกุนซือในตอนนี้ คงจะต้องมีชื่อของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า, เจอร์เก้น คล็อปป์, โธมัส ทูเคิ่ล อยู่ในหัวใครหลายต่อหลายคนเป็นแน่ แต่หากลองย้อนกลับไปสัก 10 กว่าปีก่อนหน้า คงไม่มีใครกล้าตัดชื่อของ โชเซ่ มูรินโญ่ ออกจากหัวอย่างแน่นอน

โชเซ่ มูรินโญ่ คือหนึ่งในผู้จัดการทีมที่ประสบความสำเร็จระดับสูง จนครั้งหนึ่งเคยได้รับการยกย่องว่า คือกุนซือที่เก่งที่สุดคนหนึ่งในยุโรปในเวลานั้นเลยก็ว่าได้ จากผลงานการคุมทีมทั้งกับ ปอร์โต้ – เซลซี – อินเตอร์ มิลาน – เรอัล มาดริด จนกระทั่งแชมป์ ยูฟ่า ยูโรป้า ลีก 2016-17 กับแมนฯ ยูไนเต็ด คือถ้วยใบสุดท้ายในอาชีพกุนซือของเจ้าตัว

คงไม่ต้องบรรยายชีวประวัติของ มูรินโญ่ ให้มากความ ทุกคนคงได้รู้ได้ยินกันมาบ้างแล้วไม่มากก็น้อย มูรินโญ่เริ่มต้นอาชีพหัวหน้าผู้ฝึกสอน หรือ ผู้จัดการทีมอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2000 กับทีมชั้นนำในประเทศบ้านเกิดอย่าง เบนฟิก้า แต่มาประสบความสำเร็จชนิดที่โลกตะลึงกับ เอฟซี ปอร์โต้ อีกหนึ่งทีมยักษ์ใหญ่ของลีกโปรตุเกส เมื่อสามารถพา ปอร์โต้ หักด่านบรรดายอดทีมต่าง ๆ ผงาดคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาล 2003-04 มาครองได้อย่างชนิดที่ไม่มีใครกล้าคิด

ตลอด 21 ปีในฐานะกุนซือฝีปากกล้า มีแชมป์ลีกสูงสุด 8 สมัย (ปอร์โต้ 2, เชลซี 3, อินเตอร์ มิลาน 2, เรอัล มาดริด 1) แชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2 สมัย (ปอร์โต้ 1, อินเตอร์ มิลาน 1), แชมป์ยูฟ่า ยูโรป้า ลีก 2 สมัย (ปอร์โต้ 1*ยูฟ่าคัพเดิม, แมนฯ ยูไนเต็ด 1)และแชมป์น้อยใหญ่อีกมากมาย คือผลงานระดับที่กุนซือน้อยคนนักจะทำได้ดีกว่า โชเซ่ มูรินโญ่

แต่ก็นั่นละครับ ไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้าฉันใดก็ฉันนั้น โชเซ่ มูรินโญ่ ก็เช่นกัน ฤดูกาล 2009-10 คือจุดสูงสุดบนอาชีพกุนซือ การพา งูใหญ่ อินเตอร์ มิลาน คว้าทริปเปิ้ลแชมป์มาครอง คือผลงานระดับมาสเตอร์พีซที่สุดแล้วของเจ้าตัว ก่อนที่จะเจอกับความยากลำบากและไม่ง่ายอีกต่อไปในการหยิบแชมป์มาครอบครอง ในตำแหน่งกุนซือที่ เรอัล มาดริด มูรินโญ่ ถูก บาร์เซโลน่า ที่มี เป๊ป กวาร์ดิโอล่า คุมทีมเวลานั้น เบียดบังรัศมี อันนับเป็นการเริ่มต้นของกุนซือในยุคสมัยใหม่ แต่ถึงแม้จะไม่ประสบความสำเร็จกับชุดขาวเท่าไหร่นัก เวลา 2 ปีกว่ากับ แชมป์ลา ลีกา 1 สมัย และโกปา เดล เรย์ 1 สมัย ก็ไม่ได้ดูแย่จนเกินไปนัก

จุดตกต่ำที่สุดของ มูรินโญ่ คือการกลับมาทำงานบนเกาะอังกฤษรอบ 2 นั่นต่างหาก แม้จะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมาครองได้เป็นครั้งที่ 3 กับ เชลซี แต่เหมือนอะไร ๆ จะดูไม่เหมือนเดิมเสียแล้ว เมื่อเขาไม่อาจสามารถซื้อใจผู้เล่นหลายคนในทีมได้เช่นในอดีต เป็นเหตุให้ผลงานของฤดูกาลถัดมาตกต่ำจนต้องแยกทางกันอีกครั้ง

ในปี 2016-17 คือปีจุดประกายความยิ่งใหญ่อีกครั้ง เมื่อ แมนฯ ยูไนเต็ด ส่งเทียบเชิญให้ มูรินโญ่ เข้ามาคุมบังเหียนใน โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด สร้างความตื่นเต้นให้แฟนผีแดงไม่น้อย และเขาก็ไม่ได้ทำให้แฟนผีต้องรอนาน คว้าแชมป์ ยูโรป้า ลีก พ่วงด้วย แชมป์คาราบาว คัพ ในปีแรก ถือเป็นผลงานที่ไม่เลว แม้ในลีกจะจบในอันดับที่ 6 ก็ตามที แต่ไม่ใช่กับในปีถัดมา ฤดูกาล 2017-18 หลายฝ่ายคาดหวัง แมนฯ ยูไนเต็ด ในแบบฉบับที่ควรจะเป็น แต่สุดท้าย กลับเป็นอีกฤดูกาลที่ล้มเหลว เมื่อ มูรินโญ่ ไม่สามารถพาทีมคว้าแชมป์ได้สักรายการ แม้จะอยู่อันดับที่ 2 ในลีกก็ตาม และก็เป็นการอยู่ใต้ร่มเงาของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า อีกครั้ง ยิ่งการแพ้ ลิเวอร์พูล ในยุค เจอร์เก้น คล็อปป์ 3-1 ในฤดูกาลที่ 3 ของเขา ก็กลายเป็นฟางเส้นสุดท้าย มูรินโญ่ โดนปลดออก นับเป็นการถอยหลังในอาชีพกุนซืออย่างจริงจัง

มูรินโญ่ ดูกลายเป็นกุนซือตกยุคในรูปแบบปรัชญาการทำทีม การเน้นเกมรับจนเกินไป ไม่อาจนำมาซึ่งชัยชนะ เมื่อมองจากศักยภาพของตัวผู้เล่นที่มีอยู่ หลายสื่อมองว่าการซื้อใจนักเตะในแบบที่เขาเคยทำ ใช้ไม่ได้ผลแล้วกับปัจจุบัน เรื่องนี้ยิ่งตอกย้ำเข้าไปอีกกับช่วงเวลาของเขาที่ ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ ซึ่ง มูรินโญ่ ไม่มีอะไรให้น่าจดจำเลยตลอดระยะเวลาปีครึ่ง

ชื่อของ มูรินโญ่ “เดอะ สเปเชียล วัน” ที่เคยถูกยกมาพูดกันบ่อย ๆ เงียบหายไป และถูกบรรดากุนซือมากฝีมือหน้าใหม่ก้าวเข้ามาแทนที่บนหน้าหนังสือพิมพ์ มูรินโญ่ กำลังจะกลายเป็นกุนซือหมดไฟ และตกขอบจากยุคสมัย

โรม่า จึงไม่ต่างอะไรจากการฉีด “วัคซีน” ที่จะดีหรือเปล่าไม่รู้…ขอฉีดไว้ก่อน!

ที่สตาดิโอ โอลิมปิโก มูรินโญ่รู้ดีว่า บ้านหลังใหม่หลังนี้ เขาต้องมุ่งมั่นแค่ไหน เพราะหากถูกไล่ออกด้วยผลงานแย่ ๆ อีก คงยากเสียแล้วในการจะกลับมายืนแถวหน้าได้อีกครั้ง

ความกดดันนี้ เห็นได้ชัดเจนจากการแสดงออก หลัง สเตฟาน เอล ชาราวี ซัดประตูชัยช่วงทดเจ็บนำ “หมาป่าเหลืองแดง” เปิดบ้านเฉือน ซาสซูโอโล่ 2-1 ฉลองเกมที่ 1,000 ในการกุมบังเหียนของเจ้าตัวแบบบ้าคลั่ง และทำให้เวลานี้ โรม่า นำจ่าฝูงในตารางคะแนนกัลโซ่ เซเรีย อา อยู่ จากการแข่งไป 3 นัดเก็บ 9 แต้มเต็ม ก่อนไปเยือน เวโรน่า ในคืนวันอาทิตย์นี้

และถ้าให้นับผลงานอย่างเป็นทางการในฤดูกาลนี้ มูรินโญ่ พา โรม่า ชนะรวดทั้ง 6 นัดจากทุกรายการ ยิงไปถึง 19 ลูก ถือเป็นการกลับมาในฐานะกุนซือคุมทีมได้อย่างยอดเยี่ยมอีกครั้ง

น่าสนใจครับว่า หรือนี่จะเป็นการคัมแบ็กของ โชเซ่ มูรินโญ่ แม้มองว่าเร็วไปหน่อยที่จะบอก เมื่อฤดูกาลเพิ่งจะเริ่มต้นเอง แต่ก็เป็นสัญญาณที่ดี ที่อย่างน้อย กัลโช่ จะกลับมาครึกครื้นอีกครั้งจากชายฝีปากกล้าที่ได้ชื่อว่า “เดอะ สเปเชียล วัน”

สิฎฐิเศรษฐ์