30 เมษายน 2021 // 14:28 น.

ถึงเวลาแยกย้าย…?

“เล่นแบบนี้ ก็สมควรแล้วที่จะไม่ได้ไปเล่น แชมเปี้ยนส์ ลีก” ข้อความที่ถูกส่งเข้ามาหาจากเพื่อนแฟนหงส์พันธุ์แท้รายหนึ่งถึงผม ในตอนที่ปลายทางของข้อความนั้นกำลังนั่งคอตกจากผลเสมอระหว่าง ลิเวอร์พูล กับ นิวคาสเซิ่ล ในเกมที่มีโอกาสเป็นล้าน และควรปิดจ๊อบได้ตั้งแต่ก่อนจบครึ่งแรก แต่นักเตะหงส์แดงกลับโยนโอกาสทิ้งหมด ทำให้ความหวังการไปเล่นแชมเปี้ยนส์ ลีก ของลิเวอร์พูลในปีหน้า มืดมนพอ ๆ กับความหวังของประเทศไทยในปีนี้

แม้กระทั่ง เจอร์เก้น คล็อปป์ เอง ก็ยังคิดคล้าย ๆ กันเลยว่า ลิเวอร์พูลทำตัว “ไม่คู่ควร” กับการไปเล่นบอลยุโรป โดยกุนซือชาวเยอรมันเผยหลังเกมว่า “วันนี้ผมไม่เห็นว่าเราจะเล่นได้เหมือนกับทีมที่สมควรได้ไป แชมเปี้ยนส์ ลีก ปีหน้า กระนั้นเรายังมีอีก 5 เกมให้เล่นแล้วค่อยมาดูกัน ว่าเราควรหรือไม่ควรไปเล่น แชมเปี้ยนส์ ลีก”

“ผมไม่คิดว่าเราสร้างโอกาสมากพอนัก เรามีโอกาสที่ดีในเกมนี้ แต่สิ่งที่เห็นคือเราปิดบัญชีไม่ได้” คล็อปป์ กล่าวแบบผิดหวัง

เมื่อมองตามหลักคณิตศาสตร์ ลิเวอร์พูล ยังมีโอกาสไปเล่นถ้วยยุโรปอยู่นะครับ เมื่อยังตาม เชลซี อยู่ 4 แต้มขณะที่เหลืออีก 5 นัด แต่อยากให้ลองหลับตานึกภาพถึงฟอร์มของ ลิเวอร์พูล เทียบกับลูกทีมของ โธมัส ทูเคิ่ล ในเวลานี้เอาดูครับ แล้วลองคิดดูว่าเรายังมีโอกาสเหลืออยู่จริง ๆ หรือ? และการศึกวันอาทิตย์นี้ ลิเวอร์พูลต้องออกไปเยือน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด!!!

15 คะแนน คือจำนวนแต้มที่ ลิเวอร์พูล ทำหล่นไป จากการที่พวกเขาขึ้นนำคู่แข่งได้ก่อนในศึกพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ โดยเป็น 4 คะแนน จากสองนัดหลังสุด กับการเสมอ ลีดส์ และ นิวคาสเซิ่ล ลองคิดดูว่า หากลิเวอร์พูลไม่ได้ทำคะแนนหกไป ป่านนี้คงการันตีตั๋ว แชมเปี้ยนส์ ลีก ไปแล้ว หรืออย่างแย่ที่สุดคือสองเกมหลังสุดที่ไม่ควรหลุด ความหวังในการไปเล่นบอลยุโรปคงจะไม่ริบหรี่ขนาดนี้

แอนฟิลด์ ที่เคยเป็นสถานที่ที่ทำให้ลิเวอร์พูลเก็บแต้มได้แบบเป็นกอบเป็นกำในปีก่อน พอเข้าปี 2021 ลิเวอร์พูลลงเล่นพรีเมียร์ลีกไป 9 เกมในแอนฟิลด์ ปรากฏว่า จาก 27 แต้มเต็ม หงส์แดงเก็บได้เพียง 5 แต้มเท่านั้นเอง ฟอร์แบบนี้ต้องยอมรับว่า “ไม่ดีพอ” ไม่ว่าจะเป็นเรื่องไหนทั้งนั้น

ท่ามกลางผลงานอันย่ำแย่ของลิเวอร์พูล สิ่งที่ปรากฏชัดอีกอย่างใน พ.ศ. นี้ก็คือ “สามประสานแนวรุก” ของเรา ไม่เฟี้ยวฟ้าวเหมือนอย่างที่เคย และอาจถึงเวลาแล้วที่จะต้องมีการปรับเปลี่ยน

โม ซาล่าห์, ซาดิโอ มาเน่ และ โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ แม้จะทำผลงานได้อย่างสุดยอดมาตลอด 3 ปีหลังสุด แต่ผมไม่คิดว่าเราจะสามารถใช้แนวรุกชุดเดิมไปตลอดได้ โดยฤดูกาลหน้าจะเข้าปีที่ 5 แล้วที่ทรีโอชุดนี้ลงเล่นด้วยกัน

ในพรีเมียร์ลีกปีนี้ ลิเวอร์พูล ลงเตะไปแล้ว 33 นัด ซัดไปเพียง 55 ประตู เมื่อนำไปเทียบกับฤดูกาลที่แล้วที่ซิวแชมป์ลีก ในช่วงที่เตะไป 33 เกมเท่ากัน หงส์แดงกระทุ้งไปถึง 72 ลูก หรือย้อนไปในฤดูกาล 2018/2019 ที่กดไป 75 เม็ด หรือในฤดูกาล 2017/2018 ปีแรกที่ทั้งสามรายนี้ได้เล่นด้วยกัน ก็กดไป 75 ลูก จากตัวเลขตรงนี้จะเห็นได้ว่าตัวเลขตกลงไปจากเดิมเยอะมากแบบชัดเจน

โดยในอดีตที่ผ่านมา ผมไม่คิดว่าจะมีสามประสานจากทีมระดับท็อปทีมไหนที่ลงเล่นโดยใช้ “คอมบิเนชั่น” เดิม โดยที่ยังลงเล่นได้อย่างต่อเนื่องในฟอร์มสุดยอดได้นานขนาดนี้

อย่าง MSN เมสซี่, ซัวเรซ และ เนย์มาร์ จากบาร์เซโลน่า ก็ลงเล่นด้วยกันแค่ 3 ปี ก่อน เนย์มาร์ จะเลือกย้ายไปอยู่กับ เปแอสเช หรืออย่าง BBC เบนเซม่า, เบล และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ของ เรอัล มาดริด นั้นแม้ว่าจะอยู่ด้วยกันนานถึง 5 ปี ก่อน โรนัลโด้ จะย้ายไปอยู่กับ ยูเวนตุส แต่ แกเร็ธ เบล ในช่วงหลัง ๆ ก็ไม่ค่อยได้ลงเล่นตัวจริง หรืออยู่ในฟอร์มที่ดีอยู่แล้ว

ไม่แน่ปีหน้าเราอาจจะได้เห็น “บิ๊กดีล” ก็ได้นะครับ เมื่อดูจากการที่ จอห์น เฮนรี่ และกลุ่ม FSG เพิ่งทำผิดพลาดครั้งใหญ่จากการเข้าร่วม “ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีก” ซึ่งสร้างความโกรธเกรี้ยวในหมู่แฟนบอลมาก ๆ ในอดีตที่ผ่านมาไม่ว่าจะผ่านเหตุการณ์อะไร ผมไม่เคยเห็นโมเม้นท์ไหนที่ “เดอะ ค็อป” จะโกรธแค้นจนถึงขนาดเลือกที่จะไม่ซัพพอร์ททีมถึงขนาดนี้

ประธานสโมสร เฮนรี่ ยกเลิกโปรเจ็กต์นี้ และต้องรีบโร่ออกมาอัดคลิปขอโทษแฟนบอลในทันที โดยน่าจะเป็นท่านประธานเพียงคนเดียวที่ทำการขอโทษแบบเป็นเรื่องเป็นราวแบบนี้ แสดงให้เห็นว่าเขาแคร์แฟนบอลมากแค่ไหน

จริงอยู่ที่เรื่องเหมือนจะเงียบไปแล้ว แต่ก็อาจเป็นไปได้ว่าจะมีการใช้เงินก้อนโตในซัมเมอร์นี้ เพื่อไถ่โทษให้กับแฟนบอลในสิ่งที่ทำลงไป ก็…เป็น…ได้…

กัปตันแจ๊คซ์