21 สิงหาคม 2021 // 11:48 น.

หงส์แดงที่คุ้นเคย

เปิดตัวได้สวยงามสำหรับเกมเปิดสนามพรีเมียร์ลีกของ ลิเวอร์พูล ฉลองต้อนรับการการกลับมาของ ฟาน ไดค์ หลังหายตัวไปร่วม 300 วันนับตั้งแต่โดน จอร์แดน พิคฟอร์ด กระโดดถีบขาคู่ไปในฤดูกาลที่แล้ว

มองเห็นได้แบบชัดเจนเลยว่าสนิมเกาะ ปราการหลังชาวดัตช์ยังไม่สมบูรณ์ดีนัก ยังมีอาการแหยง ๆ อยู่บ้าง เล่นแบบหลีกเลี่ยงการปะทะ หากเพียงแต่ว่าเขาใช้สมองมาทดแทน การมี ฟาน ไดค์ลงคุมแนวรับ แม้ยังไม่อยู่ในสภาพเต็ม 100% ดีนัก แต่ก็ดูมั่นคงขึ้นอย่างชัดเจน

การสั่งการจัดขบวนแนวรับ และการวางบอลทแยงซ้ายขวาคือสิ่งที่เราได้เพิ่มเติมขึ้นมา ซึ่งนั่นก็เพียงพอแล้วสำหรับการกลับมาลงเล่นครั้งแรกของ ฟาน ไดค์

การมีอยู่ของ ฟาน ไดค์ สร้างความอุ่นใจอย่างยิ่งยวดให้กับเพื่อนร่วมทีม อีกคนที่เห็นได้ชัดเจนก็คือ อลิสซอน เบ็คเกอร์

ปีที่แล้ว ต้องยอมรับว่าฟอร์มการเล่นของ อลิสซอน ตกลงไป การเซฟลูกยาก ๆ หายไป บางครั้งก็พลาดง่าย ๆ แต่ในปีนี้เพียงแค่เกมแรกก็สร้างความอุ่นใจให้กับ เดอะ ค็อปแล้ว จากการเซฟลูกยิงจ่อ ๆ ของ เบน กิ๊บสัน ได้ในช่วงท้ายเกม

คอสตาส ซิมิคาส ก็มีจังหวะเติมเกมสวย ๆ ให้เห็นหลายต่อหลายครั้ง ถ้านับแค่เฉพาะพลังเกมบุก แบ็กซ้ายเลือดกรีกถือว่า “สอบผ่าน” แต่ยังมีจุดที่ต้องกังวลคือการเหม่อยามต้องเป็นฝ่ายรับ มีจังหวะเหวอ ๆ จนต้องโดนพี่เจมส์และพี่เวิร์จตบเรียกสติไปคนละดอก

แดนกลาง คล็อปป์เลือกใช้สามมิดฟิลด์ตัวสำรองลง ซึ่งเห็นได้ชัดว่าไดนามิคไม่เท่าเดิม เจมส์ มิลเนอร์ พอได้ นาบี เกอิต้า คือออกแนว “ความเลวไม่มี ความดีไม่ปรากฏ” อาจมีเสียงชื่นชมต่อกองกลางเบอร์ 8 รายนี้ แต่โดยส่วนตัวยังคิดว่า เราหวังจาก เกอิต้า ไว้มากกว่านี้อีกมาก แต่ก็ยังมีสิ่งดีดีคือ ดูเหมือนเจ้าตัวจะมีความฟิต อาจจะเป็นปีที่เริ่มฉายแสงก็ได้

คนที่ต้องใช้คำว่าผิดหวังเลยคือ “ดิ อ็อกซ์” ที่ทำอะไรไม่เป็นชิ้นเป็นอันสักอย่าง ยิงก็ไม่ได้ จ่ายก็ไม่ดี และหายไปจากเกมอยู่บ่อย ๆ ดูแล้วในตำแหน่งมิดฟิลด์ หาก ฟาบินโญ่-เฮนโด้-ติอาโก้ กลับมา อ็อกซ์ น่าจะตกเป็นตัวเลือกลำดับท้าย ๆ ในใจของ คล็อปป์เลย หลังจากก่อนหน้านี้ คล็อปป์เคยทดลองในช่วงปรีซีซั่น จับอ็อกซ์ไปเล่นในตำแหน่ง “ฟอลส์ ไนน์” ของ ฟีร์มิโน่ ซึ่งนั่นก็ไม่สอบไม่ผ่านเช่นเดียวกัน ต้องรีดฟอร์มออกมาให้ได้อีกเยอะเลยหากจะหวังได้รับโออกาสในฤดูกาลนี้

หลังเริ่มต้นครึ่งหลัง ลิเวอร์พูลเริ่มเสียเปรียบ โดยเป็นฝ่ายเดินถอยหลังให้ นอริช รุกล้ำเข้ามา คล็อปป์เห็นดังนั้นเลยปล่อยหมัดน็อคลงมาพิฆาต ด้วยการส่งสองตัวสำรองอย่าง ฟาบินโญ่ และ ฟีร์มิโน่ สองสตาร์บราซิลลงมาแก้เกม และเกมก็จบจากตรงนั้น

ฟาบินโญ่ ลงมาคุมเกมแดนกลางได้อยู่หมัด และทำให้ลิเวอร์พูลกลับมาเหนือกว่า นอริชได้อีกครั้ง ส่วน ฟีร์มิโน่ ลงมาก็ทำประตูหนีห่างให้ทีมได้ทันที และตลอดเวลาที่เขาได้อยู่ในสนาม ก็ทำให้เราได้เห็น ลิเวอร์พูลที่เราคุ้นเคยอีกครั้ง จากการมี ฟีร์มิโน่เป็นตัวเชื่อม

อีกจุดหนึ่งที่ทำให้แฟน ๆ แฮปปี้คือการกลับมาเล่นด้วยความมีชีวิตชีวาอีกครั้งของบรรดาเหล่าตัวรุกของลิเวอร์พูลทั้งสี่หน่อ

หลายต่อหลายครั้งที่ มาเน่ และ ซาล่าห์ นั้นทำเกมรุกขึ้นไปร่วมกัน หลังจากในฤดูกาลที่แล้วผ่านบอลให้กันแบบนับครั้งได้ นำมาซึ่งเสียงซุบซิบและดราม่าต่าง ๆ นา ๆ มาในปีนี้ ดูเหมือนจะไม่มีเรื่องแบบนั้นแล้ว

ดีโอโก้ โชต้า ก็ทำผลงานได้ดีระดับหนึ่ง แต่ในการปรับตัวให้เข้ากับ แนวรุกด้วยกัน ยังคงต้องเรียนรู้จาก บ๊อบบี้ อีกเยอะเลยทีเดียว

โดยรวมถือว่าลิเวอร์พูลทำได้ค่อนข้างดีในเกมแรก ลบคำสบประมาทได้นิดหน่อยกับเรื่องที่ว่ากำลังจะเข้าขาลงของลิเวอร์พูลชุดนี้แล้ว อีกทั้งยังไม่ยอมเสริมทัพอีก

ฤดูกาลเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น อาจจะยังบอกอะไรไม่ได้มาก แต่สิ่งที่สังเกตได้คือร่าง Mentality Monster กลับมาประทับแล้ว

มองไปทีละเกมครับ เริ่มจากการลงเล่นในแอนฟิลด์แบบเต็มความจุครั้งแรกในรอบหลายเดือน โดยจะพบกับทีมที่เป็นคนหยุดสถิติสุดยอดของพวกเขาลงได้ในปีที่แล้วนั่นคือ เบิร์นลี่ย์ ของ ชอน ไดซ์ นั่นเอง…ถึงเวลาเอาคืนแล้วสิ!

กัปตันแจ๊คซ์