12 สิงหาคม 2021 // 21:48 น.

ถึงที ‘หงส์’ กลับมาผงาด!

นับถอยหลังอีกไม่กี่อึดใจ ศึกพรีเมียร์ลีก ประจำฤดูกาล 2021/2022 กำลังจะกลับมาฟาดแข้งกันอีกครั้งแล้วนะครับ แต่ลิเวอร์พูลก็ยังไม่มีข่าวว่าจะซื้อใครมาเพิ่มเติมหลังจากได้ อิบราฮิม่า โกนาเต้ มาตั้งแต่ไก่โห่ก่อนใครเพื่อน โดยที่แต่ละทีมในบรรดาทีมยักษ์ใหญ่ร่วมลีกเดียวกันเสริมกันมาแต่ละตัวต้องบอกว่าโหด ๆ ทั้งนั้น ไล่ตั้งแต่…

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้ แจ๊ค กรีลิช
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ เจดอน ซานโช่ และ ราฟาแอล วาราน
เชลซี คาดว่าไม่น่าจะพลาดกับ ชูลส์ กุนเด้ และ โรเมลู ลูกากู
สเปอร์ส กำลังมีข่าวกับ เลาตาโร่ มาร์ติเนซ อย่างหนัก หลังจากปิดดีล คริสเตียน โรเมโร่ ดาวเด่นจากศึก โคปา อเมริกา ของทีมชาติอาร์เจนติน่า และ ไบรอัน กิล ปีกดาวรุ่งจากเซบีย่า

จากการที่แต่ละทีมเสริมตัวผู้เล่นได้อย่างน่าสนใจหลายจุด เป็นการลดช่องว่างที่พวกเขาเคยมีเข้ามาใกล้หงส์แดงเข้าไปทุกขณะ แต่ลิเวอร์พูลยังคงนิ่งเงียบ ไม่ได้แสดงท่าทีที่จะฉีกหนีออกไปเลย ก็นำมาซึ่งการวิพากษ์วิจารณ์อย่างเผ็ดร้อนจากแฟนบอลในโลกออนไลน์เป็นอย่างมาก

จริงอยู่ที่ในฤดูกาลที่กำลังจะเปิดนั้น ลิเวอร์พูล กำลังจะได้กำลังหลักที่เคยผงาดคว้าแชมป์มาได้เมื่อ 2 ปีก่อน แม้จะไม่ได้เสริมใครเข้ามา แต่จะดีจะร้าย พวกเขายังคงเป็นทีมที่อยู่ในกลุ่มลุ้นแชมป์เหมือนอย่างเดิมอยู่ดี

แต่ในมุมของแฟน ๆ พวกเขาเกิดความหวั่นใจขึ้นแล้ว ด้วยปัจจัยหลาย ๆ อย่างทั้งการที่หลาย ๆ ทีมเสริมผู้เล่นได้น่ากลัว และจากการที่ลิเวอร์พูล โชว์ฟอร์มแหกโค้งในฤดูกาลที่แล้ว นั่นทำให้ความเชื่อมั่นในทีมอาจจะเสื่อมถอยลงไป และคงมีแค่การขยับซื้อตัวผู้เล่นเข้ามาเท่านั้นที่จะทำให้พวกเขาอุ่นใจขึ้นมาได้

แต่ในมุมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ แม้จะไม่ได้บอกว่าจะไม่มองหาซื้อใครเลยในซัมเมอร์นี้ แต่ถ้าเกิดจะไม่ได้ใครขึ้นมาจริง ๆ ส่วนตัวของเขาเองก็คิดว่าทีมชุดนี้มีดีพอที่จะคว้าแชมป์ลีกได้อีกสมัยโดยไม่ต้องซื้อใครเพิ่มก็ได้ โดย คล็อปป์ ให้สัมภาษณ์ว่า “ผมแฮปปี้มาก ๆ กับทีมชุดนี้ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าทีมจะไม่มองหาใครเลยในซัมเมอร์รอบนี้หรอกนะ แต่ถึงแม้จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงในทีม ผมก็ยังคงพอใจกับชุดนักเตะที่ผมมีอยู่”

“แต่ละทีมมีแนวทางที่แตกต่างกัน แต่มันไม่ได้มีอิทธิพลใดใดต่อทีมเรา เราอาจจะทำอะไรบางอย่างก่อนช่วงตลาดปิดก็ได้ แต่ผมยังไม่สามารถบอกอะไรได้ในตอนนี้”

“เราไม่ได้ตาบอด เราเห็นสิ่งที่ทีมอื่นกำลังทำ แต่เราก็ต้องพยายามเอาชนะพวกเขาให้ได้ในวิธีของเรา”

โดยส่วนตัวคิดว่าทีมอาจจะมีลุ้นเซอร์ไพรส์เสริมผู้เล่นมาเพิ่มเติมได้ แต่สิ่งนั้นจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อ ทีมสามารถขายผู้เล่นส่วนเกินของทีมออกไปให้ได้ก่อน เนื่องจาก ณ เวลานี้ โควตาในการส่งชื่อลงทะเบียนนั้นเต็มแล้ว โดยคนที่มีข่าวว่าจะได้ย้ายออกไปก็มีทั้ง เนธาเนียล ฟิลลิปส์ และ เซอร์ดาน ชากิรี่

อย่างไรก็ตามแม้ว่าทีมจะไม่สามารถซื้อใครมาได้เลยจริง ๆ วันนี้ผมมี 5 สิ่งที่ควรรู้ก่อนซีซั่นใหม่จะเริ่มต้น โดยได้มาจากการไปสังเกตจากการลงเล่นเกมอุ่นเครื่องในช่วงเดือนที่ผ่านมา

  1. เกเก้นเพรสซิ่งที่ดุดันกำลังจะกลับมาอีกครั้ง
    ฤดูกาลที่แล้ว จากการที่ผู้เล่นตัวหลักผลัดกันโดนอาการบาดเจ็บเล่นงานอย่างหนักหน่วงมาเป็นระลอก ๆ ตลอดทั้งฤดูกาล ทำให้ต้องปรับเปลี่ยนตำแหน่งกันมั่วไปหมดเพื่อแก้ปัญหา นำพามาซึ่งระบบการเล่นที่เปลี่ยนไป อะไร ๆ มันก็ดูแย่ไปหมด

แต่ฤดูกาลนี้ เมื่อได้ผู้เล่นกลับมาฟูลทีมอีกครั้ง เราจะได้กลับมาเห็นการเพรสซิ่งที่ดุดัน วิ่งกันลืมตายอีกครั้งเป็นแน่

อีกอย่างที่สำคัญคือต้องไม่ลืมว่า ลิเวอร์พูลคือทีมที่ได้ตัวหลักกลับมาเกือบครบทีมได้ก่อนใครเพื่อน เนื่องจากผู้เล่นหลาย ๆ คนที่ไปรับใช้ชาติ ต่างพากันตกรอบเร็วกันเกือบทั้งหมด บางคนก็ไม่ได้ไป ส่วนทีมที่เข้ารอบลึก ๆ ได้อย่าง อังกฤษ, สเปน หรือ บราซิล ทั้งในศึกยูโร และ โคปา อเมริกา นั้น จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, อลิสซอน เบ็คเกอร์, โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ และ ติอาโก้ อัลกันตาร่า พวกนี้ไม่ได้อยู่เล่นเป็นตัวหลักให้กับทีมชาติเลย รับประกันได้ว่าถ้าพูดถึงเรื่องความสด ผู้เล่นของลิเวอร์พูลไม่เป็นรองใครอย่างแน่นอน

  1. เซ็ตพีช
    ในปีที่ลิเวอร์พูลสามารถคว้าแชมป์ลีกมาครองได้นั้น นอกจากการเล่นเพรสซิ่งแล้ว ลิเวอร์พูลมีไม้ตายก้นหีบอยู่อีกอย่างนึง ซึ่งนั่นก็คือ การเล่นลูกตั้งเตะที่หวังผลได้อยู่ตลอด เหตุเพราะการมีเจ้าพ่อลูกนิ่งอย่าง เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ คอยเปิดป้อน โดยในกรอบเขตโทษมีเป้าหมายเป็นหอคอยคู่อย่าง ฟาน ไดค์ และ มาติป นั่นทำให้ลูกตั้งเตะของลิเวอร์พูลนั้นมีความอันตรายสูง

แต่ในฤดูกาลที่แล้ว เป้าหมายในการโยนเข้าไปของ เทรนท์ ได้หายไป ไม่ว่าโยนเท่าไหร่ก็ไม่ถึงหัวเพื่อนสักที แต่ในปีนี้อะไรเหล่านั้นกำลังจะกลับมาครับ

  1. ซาดิโอ มาเน่
    แม้ว่าในฤดูกาลก่อนจะมีปัญหาจากหลายทาง แต่ก็ต้องยอมรับว่าอีกส่วนหนึ่งที่ทำให้ทีมทำผลงานได้ไม่ดีเท่าที่ควร เพราะฟอร์มการเล่นที่ตกลงไปอย่างน่าเกลียดของ ซาดิโอ มาเน่

แม้ดูจากสถิติแล้วจะไม่ได้ย่ำแย่อะไรนัก เมื่อกดไป 16 ประตูกับอีก 9 แอสซิสต์ในทุกรายการ แต่ผลงานโดยรวมยังไม่ถือว่าดีเท่าไหร่ เขาดูมีปัญหาเรื่องความมั่นใจ ตัดสินใจผิดพลาดในหลาย ๆ จังหวะ และไม่เฉียบคมแบบที่เคย ทำโอกาสสำคัญหลุดลอยไปหลายครั้ง

แต่ ซาดิโอ มาเน่ ที่เห็นในช่วงปรีซีซั่น ดูมีความมั่นใจและมีชีวิตชีวากว่าปีที่แล้วมาก อันตรายทุกจังหวะ จริงอยู่ที่เกมอุ่นเครื่องอาจจะยังวัดอะไรไม่ได้ แต่ก็ถือเป็นสัญญาณที่ดี

จะดีจะร้ายยังไง ซาล่าห์ ยังคงเป็นเพชฌฆาตที่ไว้ใจได้เสมอ และถ้าหากในปีนี้ มาเน่ กลับมาอยู่ในฟอร์มที่ยอดเยี่ยมของตัวเองได้อีกครั้ง แนวรับฝั่งตรงข้ามก็เตรียมตัวอกสั่นขวัญแขวนกันได้เลย

  1. ติอาโก้ อัลกันตาร่า
    หลังคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2019/2020 เจอร์เก้น คล็อปป์ หวังต่อยอดความสำเร็จของตัวเองด้วยการกระชากตัวยอดมิดฟิลด์เชิงสูง อย่าง ติอาโก้ อัลกันตาร่า เข้ามาช่วยปั้นเกมกลางสนาม

การได้ตัว ติอาโก้ นั่นทำให้ในตอนนั้น กูรูหลาย ๆ คนคาดว่า มีโอกาสสูงมากที่ลิเวอร์พูลจะป้องกันแชมป์ลีกได้อีก 1 สมัย เหตุผลคือ ด้วยคุณภาพของ ติอาโก้ และนี่คืออีกหนึ่งสิ่งที่ตรงกลางสนามของลิเวอร์พูลขาดหายไป อธิบายคือ เกือบทั้งหมดของมิดฟิลด์ลิเวอร์พูลจะเป็นพวกสายพลัง เน้นวิ่ง แต่ยังขาดตัวสร้างสรรค์เกม เชื่อมเกม การผ่านบอลสั้นยาวที่แม่นยำเป็นพิเศษ

และด้วยแผนการเล่นที่เปลี่ยนไป นั่นทำให้สิ่งที่วางแผนไว้ทั้งหมดของ เจอร์เก้น คล็อปป์ พังทลาย และไม่ได้ใช้งาน ติอาโก้ ในแบบที่ได้หวังเอาไว้เลย

ปลายซีซั่นก่อน เมื่อปรับตัวได้แล้ว ติอาโก้ ก็แสดงให้เห็นถึงความยอดเยี่ยมของตัวเองไปแล้ว เมื่อก้าวขึ้นมาเป็นตัวสำคัญที่ทีมจะขาดไปไม่ได้เลย และมาในปีนี้เมื่อบรรดาตัวหลักกลับมากันครบ เราจะได้เห็น ติอาโก้ เล่นในแบบที่ตัวเองถนัดได้จริง ๆ เสียที น่าสนใจมากว่า ฟาบินโญ่, เฮนเดอร์สัน และ ติอาโก้ เมื่อได้ลงเล่นพร้อมกันจะยอดเยี่ยมขนาดไหน

  1. มีเซนเตอร์คุณภาพพร้อมใช้งานถึง 4 คน
    ฝันร้ายของลิเวอร์พูลในฤดูกาลก่อนยุติลงเสียที เมื่อบรรดากองหลังกลับมากันครบหมดแล้ว จริงอยู่ที่อาจจะต้องให้เวลากับ ฟาน ไดค์ ในการเคาะสนิม เพราะเมื่อดูจากเกมอุ่นเครื่อง จังหวะในการเข้าสกัดยังไม่เฉียบคมเหมือนอย่างที่เคย แต่ด้วยคุณภาพของ ฟาน ไดค์ ก็ยังคงเป็น เซนเตอร์แบ็กที่ไว้ใจได้อยู่เหมือนเดิม

นอกเหนือจาก ฟาน ไดค์ ทีมยังมี โจแอล มาติป ที่คาดว่าจะเป็นคู่ปราการหลังตัวจริงในช่วงต้นซีซั่นนี้ค่อนข้างแน่ บวกกับ โจ โกเมซ และ อิบราฮิม่า โกนาเต้ น้องใหม่อยู่อีก นั่นทำให้จากที่ไม่มีกองหลังที่ไว้ใจได้เลยในฤดูกาลก่อน ปีนี้พวกเขามีเซนเตอร์แบ็กคุณภาพไว้พร้อมให้ใช้งานอยู่ถึง 4 คนด้วยกัน ซึ่งนั่นทำให้เกมรับที่พร้อมเสียประตูทุกเมื่อ และเป็นจุดอ่อนในปีที่แล้วของลิเวอร์พูล กำลังจะกลับมาเป็นจุดแข็งของพวกเขาอีกครั้งแล้ว

5 ข้อนี้คือสิ่งที่ผมคิดว่า เป็นสิ่งที่ขาดหายไปจากทีมในฤดูกาลก่อน เมื่อได้สิ่งเหล่านี้กลับมา มันจะทำให้ ลิเวอร์พูล ยังคงเป็นทีมที่มองข้ามไม่ได้เลยอยู่ดีสำหรับการลุ้นแชมป์ โดยที่ผมยังมีความเชื่อว่า ก่อนปิดตลาดอาจจะมีเซอร์ไพรส์รอเราอยู่ ก็…เป็น…ได้…

กัปตันแจ๊คซ์