14 กันยายน 2021 // 21:04 น.

เรื่อย ๆ มาเรียง ๆ

ลิเวอร์พูล สามารถบุกไปเอาชนะ ลีดส์ ยูไนเต็ด ของ มาร์เซโล่ บิเอลซ่า ได้อย่างสวยงาม แบบไม่เหนือบ่ากว่าแรงสักเท่าไหร่ การทำคะแนนขึ้นไปทาบจ่าฝูงด้วยคะแนนเท่ากันกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนต็ด และ เชลซี มันควรจะเป็นวันที่เดอะ ค็อป มีความสุข

แต่บรรดาเด็กหงส์กลับยิ้มหวานได้ไม่เต็มที่สักเท่าไหร่ โห่ร้องดีใจได้ไม่สุดเสียงเมื่อชัยชนะของ ลิเวอร์พูล ครั้งนี้ ต้องเซ่นสังเวยด้วยอาการบาดเจ็บหนักของ ฮาร์วี่ย์ เอลเลียต วันเดอร์คิดอนาคตไกลของทีม ที่ฟอร์มกำลังดีวันดีคืน

ในช่วงต้นฤดูกาล มิดฟิลด์ลิเวอร์พูลที่ได้ลงเล่นเยอะที่สุดของทีมนั่นคือ ฮาร์วี่ย์ เอลเลียต กับการลงเล่นตัวจริง 3 นัด และ ได้ลงในฐานะตัวสำรอง 1 เกม ในนัดเปิดสนามกับ นอริช นั่นแสดงให้เห็นเลยว่า เจอร์เก้น คล็อปป์ ตั้งใจจะผลักดันเจ้าหนูเอลเลียตอย่างเต็มที่ตั้งแต่ในปีนี้เลย ซึ่งเอลเลียตก็ทำได้ดีพอสมควร แม้อาจจะมีปัญหาบ้างนิดหน่อยกับจังหวะสุดท้ายที่ยังดูขาด ๆ เกิน ๆ แต่ก็ถือว่ามีแววว่าพอจะฝากผีฝากไข้ได้อยู่หากได้รับการเจียระไน แต่สุดท้ายก็ดันมาโชคร้ายเจ็บหนักไปเสียก่อน

น่าเสียดายจริง ๆ ครับ จากข่าวล่าสุดคือ แม้ว่าจะไม่ถึงกับหัก แต่เอลเลียตก็จะต้องเข้ารับการผ่าตัดเพื่อจัดกระดูกให้เข้าที่ ก่อนจะเข้าสู่การพักฟื้นต่อไป ซึ่งคงกินเวลาอย่างต่ำ 4-5 เดือน

น่าเป็นห่วงว่า ด้วยพัฒนาการที่ขึ้นมาไวแบบนี้ หากต้องใช้เวลารักษาตัวนาน ๆ ทุกสิ่งอย่างที่ได้สะสมมา อาจจะมลายหายไปราวกับเป็นเพียงแค่หลับตื่นหนึ่งหรือไม่ แต่เท่าที่เห็นคือ ณ ตอนนี้คือ “เจ้าจุก” ใจยังสู้ครับ

ข้ามจากเรื่องเจ้าจุก มาดูแง่มุมดีดีที่เกิดขึ้นในเกมซูเปอร์ซันเดย์กันครับ

ก่อนเกมจะเริ่ม สถานการณ์บีบบังคับให้ลิเวอร์พูลจำเป็นต้องชนะสถานเดียวเท่านั้น เนื่องจากในคืนวันเสาร์ทั้งเ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ เชลซี ต่างเอาชนะคู่แข่งไปแบบสวยงามทั้งคู่ หากลิเวอร์พูลต้องการทำคะแนนขึ้นไปเป็นจ่าฝูงร่วม ก็คือต้องบุกมาสยบยูงทองให้จงได้

แต่ปัญหาคือทีมของ มาร์เซโล่ บิเอลซ่า ยังควานหาชัยชนะไม่เจอเลยในฤดูกาลนี้ นัดเปิดสนามพวกเขาบุกไปโดน ”คู่แค้นไม่เผาผี” อย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถล่มไป 5-1 ก่อนจะมาทำได้แค่เสมอ เอฟเวอร์ตัน และ เบิร์นลี่ย์ ในอีก 2 เกมต่อมา ซึ่งรับประกันได้เลยว่า บิเอลซ่า จะต้องสั่งลูกทีมเน้นเป็นพิเศษแน่นอน

แต่สุดท้ายด้วยระดับที่ต่างกันเยอะมาก ก็ทำให้ลิเวอร์พูลเอาชนะไปแบบไม่ยากเย็นเท่าไหร่ ยิ่งด้วยการที่ ลีดส์ ต้องมาเหลือ 10 คน เมื่อ ปาสกาล สเตราช์ โดนใบแดงไล่ออก ก็ดูจะเป็นการปิดโอกาสคัมแบ็กของ ลีดส์ ไปเลย จบเกมลิเวอร์พูลเอาชนะไปสบาย ๆ 3-0 ทั้ง ๆ ที่ควรจะเป็น 7 หรือ 8 ด้วยซ้ำ เพราะมีโอกาสมากมายร่วม 30 ครั้ง แต่อย่างไรเสียก็ถือว่าเป็นชัยชนะที่สมบูรณ์แบบ เพราะเป็นการเอาชนะเกมนอกบ้าน แถมยังเก็บคลีนชีทได้แบบสวย ๆ อีกต่างหาก

มาติป x ฟาน ไดค์ ยังคงยอดเยี่ยมเนียนตาเหมือนเช่นเคย มีส่วนทั้งรุกและรับ การวางบอลยาวของฟาน ไดค์ รวมไปถึงความอันตรายในยามเล่นเซ็ตพีช และการลากบอลขึ้นไปมีส่วนร่วมกับเกมรุกของ มาติป คือสิ่งที่ขาดหายไปจากในฤดูกาลที่แล้ว ส่วนเรื่องเกมรับ แม้จะยังดูไม่เป๊ะปัง 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ขอโทษ ตอนนี้ทีมเก็บคลีนชีทไปแล้ว 3 จาก 4 นัดแล้วนะจ๊ะ

ที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือ ฟาบินโญ่ x ติอาโก้ โดดเด่นสุด ๆ เลยสำหรับฟาบินโญ่ เกมบุกของลีดส์ เขาเก็บกินได้เกือบหมด เกมวันนี้กองกลางแซมบ้าตัดลูกส่งของคู่แข่งไป 5 ครั้ง (มากที่สุดในสนาม) แถมยังเติมขึ้นไปทำได้อีก 1 ประตู คว้าแมนออฟเดอะแมตช์ไปแบบหล่อ ๆ ถือเป็นคีย์แมนที่ทีมจะขาดไปไม่ได้เลยในตอนนี้

ส่วน ติอาโก้ เทคนิคและความสามารถตัวที่ยอดเยี่ยมของเขา พาลิเวอร์พูล รอดพ้นจากพลังเพรสซิ่งของ ลีดส์ มาได้ตลอด ควบคุมเกมได้หมด และก้าวขึ้นไปช่วยให้เกมรุกไหลลื่นดียิ่งนัก

และนี่คือผลงานส่วนตัวของ ติอาโก้ ในเกมกับ ลีดส์
ผ่านบอลสำเร็จ 89%
สัมผัสบอล 73 ครั้ง
แย่งบอล 9 ครั้ง
เข้าปะทะสำเร็จ 100%
ผ่านบอลเข้าพื้นที่สุดท้าย 7 ครั้ง
วางยาวสำเร็จ 100%
แอสซิสต์ 1

ฟอร์มแบบนี้แหละคือสิ่งที่ เดอะ ค็อป คาดหวังมาตั้งแต่ฤดูกาลที่แล้ว แผงกลางในฝันอย่าง ฟาบินโญ่ x ติอาโก้ x เฮนเดอร์สัน ใกล้จะพร้อมใช้งานเต็มรูปแบบแล้ว โดยสถิติบอกว่า 3 ตัวนี้เคยลงเล่นพร้อมกัน 10 เกม ผลคือ ชนะ 9 เสมอ 1 ยิงได้ 24 เสีย 5 ประตู สุด ๆ ไปเลยไหมล่ะ

จุดด่างพร้อยเล็ก ๆ เพียงจุดเดียวคือ อาการบาดเจ็บของ ฮาร์วี่ย์ เอลเลียต อย่างที่กล่าวไปนั่นแหละครับ ตอนนี้ทิศทางของทีมกำลังดีพอสมควรเลย เรื่อย ๆ มาเรียง ๆ ได้รับแสงสปอตไลท์น้อยด้วย เพราะมันถูกสาดไปยังเมืองแมนเชสเตอร์ทั้งสองฝั่งมากกว่า ซึ่งผมชอบที่มันเป็นแบบนี้มากกว่านะ

ต่อไปกำลังจะเข้าสู่ช่วงโปรแกรมหฤโหด ลิเวอร์พูลจะต้องลงเตะทุก ๆ 3 วัน ไปอีก 3 อาทิตย์ด้วยกัน เริ่มต้นจากกลางสัปดาห์นี้ ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่ต้องเปิดบ้านเจอกับ เอซี มิลาน ก่อนเลย ตามลุ้นไปด้วยกันครับ!

กัปตันแจ๊คซ์