28 สิงหาคม 2021 // 19:50 น.

โคตรเดือด

สุดสัปดาห์นี้ ทุกสายตาของคอบอลน่าจะต้องโฟกัสไปที่คู่ “ซูเปอร์บิ๊กแมตช์” ที่สนามแอนฟิลด์ ลิเวอร์พูลจะเปิดบ้านรับการมาเยือนของ เชลซี สองทีมที่ชนะรวดมา 2 นัดเหมือนกัน ยิงได้ 5 ประตูเท่ากัน และยังบริสุทธิ์ผุุดผ่องเหมือนกันทั้งคู่เลย

ฝั่งเจ้าบ้านอย่าง ลิเวอร์พูล ในช่วงก่อนเปิดฤดูกาล โดนบรรดากูรูทั้งหลายมองข้ามกันไปหมด จากการที่พวกเขาแทบจะไม่ซื้อใครเลย โดยคว้า อิบราฮิม่า โกนาเต้ มาแบ็คอัพในแผงหลังได้แค่รายเดียวเท่านั้น ในขณะที่คู่แข่งหัวตารางทีมอื่น ๆ เขาซื้อกันโครม ๆ แต่ละตัวระดับบิ๊ก ๆ ทั้งนั้น

จากการยักไหล่ ไม่สนใจจะซื้อตัวตามเทรนด์ชาวบ้านเขานั่นแหละ ทำให้บรรดากูรูมองว่า ทีมอื่น ๆ เขาขยับเข้ามาใกล้ “หงส์แดง” เข้าไปทุกขณะแล้ว ทำเป็นทองไม่รู้ร้อน แล้วจะเสียใจ

แต่หลังจากผ่านไป 2 นัด ที่แม้จะวัดอะไรไม่ได้มาก หนทางยังอีกยาวไกล แต่ลูกทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ก็โชว์ฟอร์มอุดปาก กูรูไปได้หลายคนเลยทีเดียวเชียว พวกเขาแสดงให้หลาย ๆ คนได้เห็นแล้วว่า ลิเวอร์พูลปีที่แล้วมันคือ “ลิเวอร์พูลเก๊” ครับ ของจริงมันคือตรงนี้ต่างหาก และอย่าได้มองข้ามพวกเขาไปเลยเชียว

หัวใจสำคัญที่ทำให้ ลิเวอร์พูลตัวจริง กลับมาเป็น “เครื่องจักรสีแดง” ได้อีกครั้ง ต้องยอมรับว่า เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ มีส่วนอย่างมากเลยครับ

แม้จะยังไม่เต็ม 100% ดี ลงมาเล่นแบบประคอง ๆ หลีกเลี่ยงการปะทะ แต่ก็ทำให้ทุกภาคส่วนดูมั่นคงไปหมดทั้งรุกและรับ จนพาลทำให้คิดว่า หากปีที่แล้วเข็น ฟาน ไดค์ ลงเล่นโดยใส่เฝือกหนึ่งข้าง ให้เล่นด้วยขาเพียงข้างเดียวพอ ลิเวอร์พูลอาจจะไม่เละเทะขนาดนั้นก็ได้ 555555555

ข้ามฟากมาที่เชลซีกันบ้าง หลังจากปีก่อน โธมัส ทูเคิ่ล พา ”สิงห์บลู” อหังการถึงขั้นคว้าแชมป์ยุโรป ด้วยการโค่น “เต็งแชมป์” ของรายการนี้ทุกปีอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้อย่างยิ่งใหญ่ในนัดชิง นั่นทำให้หลาย ๆ คนให้ราคา เชลซี ไว้สูงลิบเลยทีเดียว

เพราะต้องไม่ลืมว่า โธมัส ทูเคิ่ล เพิ่งจะมาคุมเชลซีได้เพียงครึ่งฤดูกาลเท่านั้น แต่ก็พาทีมคว้าแชมป์ยุโรปมาครองได้ในทันที หากได้ทำหน้าที่แบบเต็ม ๆ การลุ้นแชมป์ก็จะมองข้ามเชลซีไม่ได้เลย

เชลซีในปีก่อนดูแกร่งไปเกือบทุกส่วนเลยนะครับ ทั้งแนวรับ เอดูอาร์ เมนดี้ คือนายประตูที่คุ้มค่ากับทุกเพนนีที่ลงทุนไป มี ติอาโก้ ซิลวา กองหลังมากประสบการณ์คุมแนวรับ แดนกลางมีมิดฟิลด์เกรดพรีเมี่ยมทั้งนั้น อย่าง เอ็นโกโล่ ก็องเต้, มาเตโอ โควาซิซ และ จอร์จินโญ่ นักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของยูฟ่าปีล่าสุด ส่วนตัวรุกก็เล่นเอาหลาย ๆ ทีมอิจฉาสุด ๆ เมื่อมีทั้ง ไค ฮาแวร์ตซ์, คริสเตียน พูลิซิช, เมสัน เมาน์ท, ฮาคิม ซีเย็ค รวมไปถึง คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย

แต่ถึงกระนั้น เชลซี ในปีก่อนยังดูมีจุดอ่อนอยู่จุดนึงใหญ่ ๆ ครับ ซึ่งนั่นก็คือ กองหน้าตัวจบสกอร์

ติโม แวร์เนอร์ ในฤดูกาล 2020/21 ปีแรกที่ลงเล่นให้เชลซี ถือว่าทำผลงานได้ไม่เลวเลยนะครับ เมื่อซัดไป 12 ประตูกับอีก 15 แอสซิสต์ จากการลงสนาม 52 นัดในทุกรายการ

อย่างไรก็ตาม มันยังดูห่างไกลจากความคาดหวังที่ ทูเคิ่ล และแฟนบอล มอบให้อยู่ไกลมาก ๆ เมื่อมองจากการที่ก่อนย้ายมายัง เชลซี ในฤดูกาล 2019/20 เมื่อครั้งยังเล่นให้กับ แอร์เบ ไลป์ซิก ศูนย์หน้าทีมชาติเยอรมันกดไปถึง 34 ประตูกับอีก 13 แอสซิสต์ ด้วยกัน

นอกจากนั้นยังดูเหมือนว่า เขาจะเล่นได้ไม่ค่อยไหลลื่นกับเพื่อนร่วมทีมสักเท่าไหร่ อาจจะยังต้องใช้เวลาในการปรับตัว แถมยังทำโอกาสทองหลุดลอยชนิด “หมูหก” บ่อยครั้งมาก ๆ จนกลายเป็นตัวตลกในโลกออนไลน์อยู่ร่ำไป

นั่นจึงทำให้ “เสี่ยหมี” ไม่รอช้าครับ หอบเงินร่วม 100 ล้านปอนด์ไปสู่ขอ โรเมลู ลูกากู จาก อินเตอร์ มิลาน กลับมายัง สแตมฟอร์ด บริดจ์ ทันที

และเมื่อมาถึง ลูกากู ก็โชว์ฟอร์มเด็ดดวงสุด ๆ ไปเลยในเกมลอนดอนดาร์บี้ที่บุกชนะ อาร์เซน่อล ถึงถิ่น 2-0 ด้วยการมีส่วนร่วมกับทั้ง 2 ประตู และมีส่วนร่วมกับเกมตลอดเวลา ไม่ต้องใช้เวลารับตัวใดใดทั้งสิ้น

ความคมในการผลิตสกอร์เป็นสิ่งที่รู้กันดีอยู่แล้วว่ากองหน้าเบลเจี้ยนมีดีแค่ไหน แต่นอกเหนือจากเรื่องนั้น ลูกากู จะเข้ามาเป็น “จิ๊กซอว์ตัวสุดท้าย” ให้แนวรุกของเชลซีสมบูรณ์แบบเลยทีเดียว

ความแข็งแกร่ง และการพักบอล พิงบอล เพื่อเปิดทางให้เพื่อน คือสิ่งที่ เชลซี จะได้เพิ่มขึ้นมา จากการที่ แนวรุกของเชลซีทำประตูได้ดีหลายต่อหลายคน นั่นทำให้ ลูกากู จะปังกับเชลซีแน่นอน

ลูกากู ลงเล่นด้วยแรงกระเหี้ยนที่มากเป็นพิเศษ สังเกตได้เลยจากภาษากายที่แสดงออกมา เขาดูมุ่งมั่นเป็นอย่างมาก เพราะก่อนจะย้ายไปโชว์ฟอร์มโหดกับอินเตอร์ การค้าแข้งในอังกฤษครั้งล่าสุดกับ แมนฯ ยูไนเต็ด เขากลายเป็น “ไอ้ตู้เย็น” เป็นเหมือนนักแสดงตลกมากกว่านักฟุตบอลเสียด้วยซ้ำ

อีก 1 แผลในใจสำหรับ ลูกากู ก็คือ เขาไม่สามารถแจ้งเกิดกับเชลซีได้ เพราะไม่เคยได้รับโอกาสที่ดีพอเลย

ลูกากู ย้ายจาก อันเดอร์เลชท์ มาอยู่กับเชลซีในซีซั่น 2011/12 ภายใต้การคุมทีมของ อันเดร วิลลาช-โบอาช โดยที่ทีมมีกองหน้าตัวเป้าระดับพระกาฬอยู่ถึงสองคนทั้ง ดิดิเย่ร์ ดร๊อกบา และ เฟร์นานโด ตอร์เรส นั่นจึงทำให้ ไม่มีที่ว่างสำหรับกองหน้าวัยรุ่นจากเบลเยียม

โบอาช จึงจับ ลูกากู ไปเล่นริมเส้น ซึ่งไม่ใช่ตำแหน่งที่เจ้าตัวถนัดเลย ผลก็คือ ลูกากู ยิงไม่ได้ เล่นก็ไม่ดี จนทำให้สูญเสียความมั่นใจไปเลย ก่อนจะย้ายออกไปด้วยรูปแบบการยืมตัว แม้จะทำได้ดีกับ เวสต์บรอมวิช และ เอฟเวอร์ตัน แต่เขาก็ไม่เคยได้รับโอกาสในถิ่น สแตมฟอร์ บริดจ์ อีกเลย

การกลับมาครั้งนี้ ลูกากู ต้องการมาทำให้ทุกคนได้รู้ว่า ตัวเขามีดีมากแค่ไหน และนี่จะเป็นพลังแฝงที่น่ากลัวเป็นอย่างมาก สำหรับบรรดากองหลังในพรีเมียร์ลีกที่จะต้องเตรียมรับมือกับกองหน้าร้อยแรงแค้นรายนี้

ริโอ เฟอร์ดินานด์ เคยกล่าวสดุดี ลูกากู ไว้ว่า “เขายอดเยี่ยมมาก ทันทีที่กองหลังมาโดนตัวเขาก็จะทำให้อีกฝ่ายต้องเจอกับความแข็งแกร่ง และพละกำลังมหาศาล เขารู้ดีว่าควรจะต้องทำอย่างไร และเขาจะคุมสถานการณ์ไว้ได้หมด”

“นอกจาก ฟาน ไดค์ แล้ว ผมไม่คิดว่าจะมีกองหลังคนไหนจะสามารถรับมือกับความยอดเยี่ยมนี้ได้”

ครับ การกลับมาอังกฤษอีกครั้งของ ลูกากู ก็ไม่ต้องให้รอกันนานเลย ฟาน ไดค์ มายืนรอต้อนรับทันที

นอกเหนือจากการลงเล่นของสองทีมลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกแล้ว ฟาน ไดค์ vs ลูกากู นี่ก็ถือเป็นสิ่งที่น่าสนใจอย่างมากเช่นกัน

กัปตันแจ๊คซ์