26 มิถุนายน 2021 // 11:58 น.

จาก 24 ทีมสุดท้าย…ตกรอบไปแล้ว 8

หลังเตะจบครบ ผ่านรอบแบ่งกลุ่มรอบแรกไปแล้วทั้ง 6 กลุ่ม A-F ได้ตัวแทนทั้ง 16 ทีมเข้าสู่รอบน็อคเอาต์ 16 ทีมสุดท้าย จากทั้ง 6 กลุ่ม อันดับ 1-2 เข้ารอบอัตโนมัติ และเอาที่ 3 ที่ดีที่สุดอีก 4 ทีมเข้ารอบ หน้าตาเป็นอย่างไร ใครเจอใคร ได้รู้ได้ทราบกันไปแล้วทั้ง 16 ทีม
.
นับว่า ฟุตบอลยูโร 2020 ยังไม่ปรากฎการพลิกล็อคแบบวินาศสันตะโรแต่อย่างใด
.
บรรดาทีมเต็งอย่าง อิตาลี, เบลเยียม, เนเธอร์แลนด์ส, อังกฤษ, สเปน, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, โปรตุเกส ต่างพากันตบเท้าเข้าสู่รอบต่อไปได้ทั้งหมด แม้อาจมีบางทีมสถานการณ์กระท่อนกระแท่นไปบ้างแต่ก็ยังเอาตัวรอดมาได้
.
อิตาลี, เบลเยียม, เนเธอร์แลนด์ส เป็น 3 ทีมที่โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมในรอบแบ่งกลุ่ม A, B และ C โดยสามารถเก็บ 9 คะแนนเต็ม จากการลงสนามทั้ง 3 นัด โดยเฉพาะ ทีมอัซซูร์รี่ ที่ไม่เสียแม้ประตูเดียว
.
ในขณะที่ อังกฤษ แม้จะปืนฝืดสุด ๆ แถมยังหลุดเสมอกับสกอตแลนด์ทีมรองบ่อนบ้านใกล้เรือนเคียงไปอีก 1 นัด แต่ก็ยังดีพอเข้าป้ายเป็นอันดับ 1 ของกลุ่ม D โดยไม่เสียประตู
.
ขณะที่กลุ่ม E สเปน แม้จะเอาตัวรอดเข้ารอบมาได้ แต่ก็หลุดไปเป็นอันดับ 2 ของกลุ่ม จากฟอร์มที่ฝืดมา 2 นัดกับ สวีเดนและโปแลนด์ ก่อนโชว์โหดนัดท้ายกับ สโลวาเกีย จึงเข้ารอบมาในคะแนนที่เป็นรอง สวีเดน
.
ส่วนกรุ๊ปออฟเดธ กลุ่ม F แม้จะไปพลิกโผแต่อย่างใด ฝรั่งเศส, เยอรมนี, โปรตุเกส กรุยทางเข้ารอบได้ทั้งหมด แต่ก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด โดยเฉพาะ ทีมอินทรีเหล็ก เยอรมนี อดีตแชมป์ 3 สมัยในรายการนี้ เกือบเอาตัวไม่รอด ลุ้นหนักจนถึงช่วง 5-6 นาทีท้าย พลิกสถานการณ์เข้ารอบ ปล่อยให้แฟนบอลฮังการีอารมณ์ค้างเต่อเสียดายกันไป
.
แน่นอน มีผู้สมหวังย่อมต้องมีผู้ผิดหวัง… จาก 24 ทีมสุดท้ายในรอบแบ่งกลุ่ม เหลือเพียง 16 ทีมสุดท้ายในรอบน็อคเอาต์ ดังนั้นจึงต้องมีทีมที่ต้องสิ้นสุดภารกิจก่อนใครเพื่อน 8 ทีม 8 ประเทศ หรือเรียกชัด ๆ ว่า “ตกรอบ”
.
ตุรกี, ฟินแลนด์, รัสเซีย, มาซิโดเนียเหนือ, สกอตแลนด์, สโลวาเกีย, โปแลนด์ และ ฮังการี ทั้งหมดนี้ คือ ทีมที่ต้องผิดหวัง ไม่ได้ไปต่อ
.
ซึ่งเมื่อมองจากชื่อประเทศทั้ง 8 ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่ทีมเหล่านี้จะไปได้ไม่ไกลในยูโรหนนี้ แต่ก็มีบางทีมที่น่าผิดหวังจากฟอร์มการเล่นในรอบสุดท้าย สวนทางกับฟอร์มการเล่นในรอบคัดเลือกที่ผ่านมา กับโอกาสความน่าจะเป็นและควรจะไปได้ไกลกว่านี้
.

ตุรกี เป็นหนึ่งทีมที่น่าผิดหวังที่สุดในบรรดาทีมที่ตกรอบ หลังผ่านเข้ามาเล่นในรอบสุดท้ายด้วยการเป็น อันดับ 2 ของกลุ่มในรอบคัดเลือก เป็นรองเพียง ฝรั่งเศส เต็ง 1 ในรายการนี้เท่านั้น จากการลงเล่น 10 นัด ชนะ 7 เสมอ 2 และแพ้แค่ 1 นัด ยิงได้ 18 ประตู เสียเพียงแค่ 3 ลูก และ สามารถเก็บแต้มจาก ฝรั่งเศส ได้ถึง 4 แต้มจากผลงานชนะในบ้าน 2-0 และไปเสมอที่ สต๊าด เดอ ฟร้องซ์ 1-1 การพ่ายแพ้ 1 นัดของตุรกี คือการบุกไปเยือน ไอซ์แลนด์ 2-1 / ก่อนแข่งรายการนี้ ตุรกี ก็ยังมีผลงานที่ดีทั้งในการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก หนึ่งในนั้นคือเกมชนะ เนเธอร์แลนด์ส 4-2 ในเกมเหย้า และบุกชนะ นอร์เวย์ได้ 3-0 ในการไปเยือน / รวมทั้งเกมอุ่นเครื่องก่อนทัวร์นาเมนท์ก็ทำได้ไม่เลว แต่กับ ของจริงในรอบสุดท้ายยูโร 2020 แล้ว ตุรกีกลายเป็นอีกทีมหน้าตาเฉย แพ้รวดทั้ง 3 เกม กับ อิตาลี, เวลส์ และ สวิตเซอร์แลนด์ ด้วยสกอร์ 3-0, 2-0, 3-1 ตามลำดับ ตกรอบไปแบบไม่ต้องลุ้น
.

ฟินแลนด์ ในฐานะที่ได้เข้าร่วมทัวร์นาเมนต์ใหญ่เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ จึงไม่ใช่เรื่องผิดแปลกแต่อย่างใดที่พวกเขาจะตกรอบแรก แต่จาก 3 แต้มแรกในเกมเปิดตัวทัวร์นาเมนต์กับ เดนมาร์ก ในกลุ่ม B ทำให้ ฟินแลนด์ ถูกจับตาว่าจะเป็นทีมม้ามืดในรายการนี้อย่างนั้นหรือ? เมื่อขออีกแค่เพียงแต้มเดียวจากโปรแกรมที่เหลือ 2 นัด ก็จะได้เข้ารอบ แต่สุดท้ายเส้นทางของ ฟินแลนด์ ต้องจบลงเพราะไม่สามารถเก็บแต้มจาก รัสเซีย และ เบลเยียม ได้ จบเพียงอันดับ 3 ของกลุ่ม มี 3 คะแนนเท่ากันกับ เดนมาร์กและรัสเซีย แตกต่างที่ผลประตูได้เสีย เลยต้องไปลุ้นเป็นทีมอันดับ 3 ที่ดีที่สุด 4 ทีม จาก 6 กลุ่ม สุดท้ายก็ต้องพลาดไปจากประตูได้เสียที่เป็นรอง ยูเครน ทีมอันดับ 3 ในกลุ่ม C เพียงแค่ลูกเดียวอย่างน่าเสียดาย (ส่วนผลงานในรอบคัดเลือก ฟินแลนด์ ผ่านเข้ารอบมาในฐานะรองแชมป์กลุ่มเป็นรองเพียงอิตาลี ด้วยสถิติ แข่ง 10 นัด ชนะ 6 แพ้ 4 ยิงได้ 16 เสีย 10 ประตู)
.

รัสเซีย อีกหนึ่งทีมที่โชว์ฟอร์มได้น่าผิดหวังที่สุดในรายการนี้ ทีมหมีขาวผ่านเข้ามาเล่นในรอบสุดท้าย ด้วยการเป็นรองแค่ เบลเยียม ในรอบคัดเลือก จากสถิติแข่ง 10 นัด ชนะ 8 แพ้ 2 ยิงได้ถึง 33 ประตู เสียไป 8 ลูก ส่วน 2 เกมที่แพ้ คือ แพ้ให้กับ เบลเยียม ในการเจอกันทั้ง 2 นัด ในรอบสุดท้ายยูโร 2020 รัสเซียถูกมองว่าน่าจะเบียดกับ เดนมาร์ก ในการแย่งอันดับ 2 เพื่อเข้ารอบต่อไปหรืออย่างน้อยควรจบอันดับ 3 เพื่อลุ้นเป็นอันดับ 3 ที่ดีที่สุด ลูกทีมของ สตานิสลาฟ เชอร์เชคอฟ เปิดตัวด้วยการแพ้ เบลเยียม 3-0 (อีกแล้ว) ทีมที่พวกเขาแพ้ในรอบคัดเลือกทั้ง 2 นัด แต่ก็เก็บ 3 แต้มจาก ฟินแลนด์ได้ในเกมถัดมา ในเกมสุดท้าย รัสเซียขอเพียง 1 แต้มจากเดนมาร์ก ที่แพ้มาทั้ง 2 นัด กลับกลายเป็น เดนมาร์ก ที่ไล่อัด รัสเซียยับเยิน 4-1 พลิกเข้ารอบไปหน้าตาเฉย เป็นรัสเซียเองที่ต้องม้วนเสื่อกลับบ้าน เข้าป้ายเป็นบ๊วยของกลุ่มแทน
.

มาซิโดเนียเหนือ หรือ นอร์ธมาซิโดเนีย ทีมที่ไม่ค่อยคุ้นหู และมีนักเตะคุ้นชื่อแค่ โกรัน ปานเดฟ อดีตศูนย์หน้าลาซิโอ-อินเตอร์-นาโปลี ที่ล่าสุดค้าแข้งอยู่กับ เจนัว ในวัย 37 ปี นอร์ธมาซิโดเนีย ผ่านเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลยูโร 2020 จากการเล่นเพลย์ออฟชนะ จอร์เจีย เข้ามา และนับเป็นยูโรหนแรกของพวกเขา การตกรอบนับว่าไม่ใช่เรื่องต้องผิดหวังสำหรับแฟนบอลของพวกเขา แม้จะไม่สามารถเก็บแต้มได้จากทั้ง ออสเตรีย, ยูเครน และ เนเธอร์แลนด์ส ด้วยสกอร์ 1-3, 1-2, 0-3 ตามลำดับก็ตาม แต่ 2 ประตูที่ทำได้ แฟน ๆ ก็น่าจะพอใจ กับการลงเล่นในทัวร์นาเมนต์ใหญ่เป็นครั้งแรก-ครั้งสุดท้ายของ ปานเดฟ
.

สกอตแลนด์ อีกหนึ่งทีมที่เข้ามาเล่นยูโร 2020 รอบสุดท้ายจากการเพลย์ออฟเข้ามา ด้วยชัยชนะเหนือ เซอร์เบีย การอยู่ร่วมกลุ่มกับทั้ง อังกฤษ, โครเอเชีย และ เช็ก ทำให้ สกอตแลนด์ ถูกมองว่า โอกาสในการเข้ารอบค่อนข้างยากเมื่อเทียบกับทีมร่วมสาย และก็ไม่ผิดคาด สกอตแลนด์ จบในอันดับ 4 ของกลุ่ม โดยมีเพียง 1 แต้ม แม้จะทำเซอร์ไพรส์เล็ก ๆ จากการแบ่งแต้มกับทีมเต็งอย่างอังกฤษ ในเกมที่ 2 สร้างความหวังในการเข้ารอบ แต่ โครเอเชียก็ทำให้เห็นว่าการได้รองแชมป์โลกของพวกเขาไม่ได้มาเพราะโชคช่วย เอาชนะ สกอตแลนด์ 3-1 ส่งทีมวิสกี้กลับบ้าน
.

สโลวาเกีย เป็นอีก 1 ทีม ที่ต้องเล่นเกมเพลย์ออฟ เพื่อผ่านเข้ามาเล่นรอบสุดท้ายด้วยการชนะ ไอร์แลนด์เหนือ / หลังการแยกตัวของ เชโกสโลวาเกีย เป็น 2 ประเทศ เช็ก และสโลวาเกีย ทีมชาติสโลวาเกียสามารถผ่านไปเล่นรอบสุดท้ายในทัวร์นาเมนต์ใหญ่ได้ 2 ครั้ง กับรายการ บอลโลก 2010 และ ยูโร 2016 ครั้งนี้ กับยูโร 2020 เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน โดยครั้งที่แล้ว สโลวาเกีย จากแกนหลักอย่าง มาเร็ค ฮัมซิก สามารถทะลุผ่านเข้าไปเล่นรอบ 16 ทีมสุดท้ายได้ ด้วยการจบอันดับ 3 ที่ดีที่สุด ก่อนไปแพ้ เยอรมนี 3-0 / มาปีนี้ มาเร็ค ฮัมซิก และผองเพื่อน จบในอันดับ 3 เช่นคราวก่อน ด้วยการมี 3 คะแนน จากการเอาชนะ โปแลนด์ ได้ในเกมแรก 2-1 และมาแพ้ สวีเดน ในเกมที่ 2 ด้วยสกอร์ 1-0 ยังพอมีโอกาสลุ้นเข้ารอบ แต่การโดน สเปน ยิงยับในนัดสุดท้าย 5-0 ทำให้ประตูได้เสียของ สโลวาเกีย จบในอันดับสุดท้ายของทีมอันดับ 3 ที่ดีที่สุด พวกเขาจึงไม่ดีพอและหมดสิทธิ์ได้ไปต่อ
.

โปแลนด์ ทีมร่วมกลุ่ม E เช่นเดียวกับ สโลวาเกีย เป็นอีกหนึ่งทีมที่น่าผิดหวังไม่น้อย เมื่อทีมมีดาวดังจอมถล่มประตู อย่าง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ แต่เมื่อฟุตบอลเล่นเป็นทีม เลวาน คนเดียวคงแบกทีมไม่ไหว / ก่อนมาเล่นในรอบสุดท้าย โปแลนด์ มีผลงานที่ยอดเยี่ยมในรอบคัดเลือก พวกเขาเข้าป้ายมาในอันดับที่ 1 ร่วมสายเดียวกับ ออสเตรีย และ มาซิโดเนียเหนือ ด้วยผลงาน แข่ง 10 นัด ชนะ 8 เสมอ 1 แพ้ 1 ยิงได้ 18 เสีย 5 ประตู แม้ก่อนทัวร์นาเมนต์จะเริ่มขึ้น โปแลนด์จะฟอร์มดร็อปไปบ้าง แต่ส่วนมากก็เป็นการแพ้ต่อทีมใหญ่ ในยูโร 2020 นี้ โปแลนด์จึงถูกมองว่าน่าจะดีพอเบียดแย่งอันดับ 2 ได้ แต่เมื่อผ่านไปทั้ง 3 นัดในรอบแบ่งกลุ่ม พวกเขากลับทำได้เพียงจบในอันดับบ๊วยของกลุ่มมีเพียง 1 คะแนน จากการยันเสมอแบ่งแต้มกับ สเปน แต่กับทีมที่ควรมีแต้มติดมืออย่าง สวีเดน และ สโลวาเกีย พวกเขาดันไม่มีแม้แต่คะแนนเดียว คว้าอันดับ 4 กลุ่ม E กลับบ้านอย่างน่าผิดหวัง
.

ฮังการี เป็น 1 ใน 4 ทีม ที่ต้องลุ้นเหนื่อยในการผ่านเข้ารอบสุดท้ายยูโร 2020 ด้วยการเล่นเพลย์ออฟ เช่นเดียวกับ สโลวาเกีย, สกอตแลนด์, นอร์ธมาซิโดเนีย โดยเป็น ฮังการี ที่สามารถผ่าน ไอซ์แลนด์ มาได้ และจากการถูกจับฉลากให้อยู่ในกลุ่ม F ร่วมกับทีมอย่าง แชมป์โลกล่าสุด ฝรั่งเศส, แชมป์ยูโรล่าสุด โปรตุเกส และ เยอรมนี อดีตแชมป์ยูโร 3 สมัย ทำให้ ฮังการี ถูกมองว่าเป็นตัวแจกแต้ม และเป็นเพียงผงฝุ่นในยูโรหนนี้ เกมแรกกับ โปรตุเกส พวกเขาทำได้ดีใน 80 กว่านาที เมื่อยังยันเสมอกับ โปรตุเกสได้ จนกระทั่ง ราฟาเอล แกร์เรโร ยิงให้โปรตุเกสขึ้นนำในนาที 84 ก่อนโดนยิงเพิ่มอีก 2 ประตูจาก คริสเตียโน่ โรนัลโด้ การพ่ายแพ้ในเกมแรก แม้จะทำได้ไม่เลวเมื่อมองจากสกอร์ที่ปรากฎ แต่ก็ยิ่งตอกย้ำว่า ฮังการี น่าจะเป็นเพียงผงฝุ่นของกลุ่ม
.
แต่แล้ว ฝุ่น ก็เข้าตาจังเบอร์ เมื่อสามารถขึ้นนำและเกือบเอาชนะแชมป์โลกได้ แต่เป็น อองตวน กรีซมันน์ ที่ยิงเซฟ ฝรั่งเศส ไว้ สร้างความฮือฮาได้ไม่น้อย แต่ก็ยังถูกมองว่าเป็นเพียงอุบัติเหตุของวงการฟุตบอล ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้บ่อย ๆ และยิ่งเกมสุดท้ายต้องไปเยือน เยอรมนี ที่ อัลลิอันซ์ อารีน่า ด้วยแล้วยิ่งแทบเป็นไปไม่ได้ แต่เอาเข้าจริง ฮังการี กลับเล่นได้ยอดเยี่ยม ตามแท็คติกตั้งรับเหนียวแน่น รอจังหวะสวนกลับ สร้างเซอร์ไพรส์ขึ้นนำ อินทรีเหล็ก ได้ถึง 2 ครั้ง 2 ครา เมื่อผ่านมาถึงนาทีที่ 80 กว่า ๆ และกำลังจะก้าวขาเข้ารอบแบบช็อกแฟนบอลทั้งโลก ก่อนโดน เลออน โกเร็ทซ์ก้า กองกลางบาเยิร์น มิวนิค ยิงตีเสมอ นาทีที่ 84 ดับฝันการเข้ารอบไปอย่างน่าเสียดาย ถึงแม้จะตกรอบไป แต่ ฮังการี น่าจะทำให้แฟน ๆ ภูมิใจที่สุดในบรรดาทั้ง 8 ทีมที่ต้องตกรอบ

.

และเมื่อทัวร์นาเมนต์ยังไม่สิ้นสุด ก็ยังมีทีมที่ต้องผิดหวังอีกมากมาย เมื่อฟุตบอลรายการชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ถ้วยรางวัลชนะเลิศมีเพียงใบเดียว จึงมีเพียงแค่ 1 ทีมที่สมหวัง กับอีก 23 ทีมที่ผิดหวังไปไม่ถึงเส้นชัย ต้องรอใหม่อีก 4 ปีข้างหน้าในการแก้ตัว และเมื่อถึง ยูโร 2024 ก็ขอให้แต่ละทีมที่ผิดหวังไป กลับมาทำผลงานให้ดีกว่าเดิม สมกับที่แฟน ๆ ตั้งตารอคอย


-สิฎฐิเศรษฐ์-