13 มิถุนายน 2021 // 15:47 น.

60 ปีที่ว่างเปล่า ของสิงโตคำราม อังกฤษ

เบรคเรื่องฟุตบอลสโมสรมาว่ากันด้วย มหกรรมการแข่งขันฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของทวีปอย่าง “ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป” หรือที่คุ้นหูในชื่อ “ยูโร” จากที่เดิมทีจะโม่แข้งกันเมื่อปีที่แล้วตามชื่อ ยูโร 2020 เหตุเพราะ covid19 จึงจำต้องเลื่อนการแข่งขันมากลางปีนี้ จะเรียก ยูโร 2020 หรือ ยูโร 2021 ให้เข้าใจตรงกันว่ามันคือรายการเดียวกันไม่ได้เตะถี่แข่งขันกันทุกปีแต่อย่างใด และที่สำคัญ แฟนบอลชาวไทยได้ดูฟรีแล้วนะครับผ่านทางฟรีทีวี ช่อง NBT

เมื่อพูดถึงฟุตบอลยูโร ถึงตรงนี้ก็ล่วงเลยมากว่า 60 ปีแล้ว สำหรับทัวร์นาเมนต์นี้ กว่า 60 ปีที่ผ่านมากับ 15 ครั้งการแข่งขัน เมื่อนับจาก 4 ปีจะมีครั้งนึง จากเริ่มต้นปี 1960 ที่ฝรั่งเศส จวบจนครั้งล่าสุดที่ฝรั่งเศสวนมาเป็นเจ้าภาพอีกครั้งในปี 2016 ฟุตบอลยูโรมีการเปลี่ยนแปลงระบบการแข่งขันอยู่หลายต่อหลายครั้ง จากเริ่มต้นเดิมทีแข่งขันกันรอบสุดท้ายกันแค่ 4 ทีม ภายใต้ชื่อ “ยูโรเปี้ยน เนชั่นส์ คัพ” จากนั้นกลายมาเป็น “ยูฟ่า ยูโรเปี้ยน แชมเปี้ยนชิพ” ในระบบแข่งขันรอบสุดท้ายที่เพิ่มขึ้นเป็น 8 ทีมในปี 1968 และปรับใหม่อีกครั้งปี 1996 มาเป็นการแข่งขันระบบ 16 ทีมในรอบสุดท้ายอย่างที่แฟนบอลยุคเราคุ้นเคยกัน จนมาถึงการแข่งขันเมื่อคราวที่แล้ว (2016) มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการแข่งขันใหม่ในรอบสุดท้ายอีกครั้ง ด้วยการเพิ่มจำนวนทีมเป็น 24 ทีมเป็นครั้งแรกอีกด้วย

จากการแข่งขันทั้ง 15 ครั้งที่ผ่านมา เมื่อย้อนมองดูประเทศที่ประสบความสำเร็จเป็นแชมป์ในรายการนี้ มีทั้งหมดถึง 10 ประเทศด้วยกัน เยอรมนี คว้าแชมป์ 3 ครั้ง (สมัยแยกประเทศ 2 ครั้งโดยเยอรมันตะวันตก), สเปน 3 ครั้ง (ครั้งล่าสุดเป็นการป้องกันแชมป์ได้เป็นทีมแรก), ฝรั่งเศส 2 ครั้ง, อิตาลี, รัสเซีย (สมัยเป็นสหภาพโซเวียต), เชโกสโลวาเกีย(สมัยยังไม่แยกประเทศ), เนเธอร์แลนด์ส, กรีซ, เดนมาร์ก และ โปรตุเกส ทีมแชมป์ล่าสุด ชาติละ 1 สมัย โดยบรรดาชาติต่าง ๆ ที่กล่าวมาคือ ประเทศยักษ์ใหญ่ของยุโรปทั้งนั้น

ในแง่มุมของฟุตบอล อาจมี กรีซ และ เดนมาร์ก ที่ทำเซอร์ไพรส์ แต่พวกเขาก็สร้างเทพนิยายขึ้นมาในแบบฉบับของตัวเอง… ผิดกับทัพ ทรี ไลออนส์ ทีมชาติอังกฤษ อีกหนึ่งยักษ์ใหญ่ของยุโรปที่มีฟุตบอลลีกสูงสุดในประเทศขึ้นชื่อว่าแข็งแกร่งที่สุดในยุโรป แต่กลับไม่เคยประสบความสำเร็จในรายการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของทวีปเลย

60 ปีที่ผ่านมากับฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ทีมชาติอังกฤษหายไปไหน เมื่อถ้าย้อนดูประวัติศาสตร์ก็น่าแปลกใจไม่น้อยที่ทีมขวัญใจมหาชน โดยเฉพาะชาวไทยเรา ไม่เคยผ่านการเข้าชิงชนะเลิศได้เลยสักครั้ง ทำได้ดีที่สุดคือเมื่อปี 1965 ที่ประเทศอิตาลี ปีที่เปลี่ยนการแข่งขันเป็น 8 ทีมเป็นครั้งแรก ครานั้น ทีมชาติอังกฤษคว้าอันดับ 3 มาครองได้หลังเอาชนะ สหภาพโซเวียต 2-0 ในเกมชิงที่ 3 ก่อนที่จะมีการยกเลิกการชิงอันดับสามไปในปี 1984 และอีกครั้งที่ทัพ ทรี ไลออนส์ ไปได้ไกลถึงรอบรองชนะเลิศ คือปี 1996 ที่พวกเขารับหน้าที่เป็นเจ้าภาพเอง

ปีนั้น นับเป็นปีความหวังของทีมชาติอังกฤษเลยทีเดียว การได้ลงแข่งขันในบ้านตัวเองความคุ้นเคยสนาม จำนวนแฟนบอล บวกกับนักเตะชุดนั้นที่มี อลัน เชียเรอร์, พอล แกสคอยน์, สตีฟ แม็คมานามาน, พอล อินซ์, โทนี่ อดัมส์ เป็นแกนนำ ดูเหมาะสมและใกล้เคียงกับตำแหน่งแชมป์ไม่น้อย แต่สุดท้ายก็ไม่ถึงฝันเพราะดันไปแพ้ให้กับทีมคู่รักคู่แค้นอย่าง เยอรมนี ในการดวลลูกโทษตัดสินหลังเสมอกันในเวลาปกติ เป็นอันปิดฉากเส้นทางการคว้าแชมป์ และคนที่เจ็บปวดที่สุดก็เป็น แกเร็ธ เซาธ์เกต เฮดโค้ชคนปัจจุบันของทีมชาติอังกฤษนั่นเองที่ยิงจุดโทษพลาดในครั้งนั้น

นับเป็นปมในใจสำหรับแฟนบอลทีมชาติอังกฤษไม่น้อย ที่ทีมที่รักที่เชียร์ยังไม่เคยได้แชมป์อย่างประเทศอื่นเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ทีมชาติอังกฤษกล้า ๆ แพ้ให้กับทีมรองบ่อนอย่าง ไอซ์แลนด์ ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย

มาครั้งนี้ ยูโร 2020 ทีมชาติอังกฤษดูจะมีความพร้อมไม่น้อยในการไล่ล่าแชมป์สมัยแรก โดยถูกมองว่า ทีมชุดนี้มีความสมดุลและศักยภาพของผู้เล่นดีพอ จนถูกยกให้เป็นเต็งแชมป์ร่วมกับทีมชาติฝรั่งเศสเลยทีเดียว เมื่อดูจากรายชื่อนักเตะทั้ง 26 คน ตัวหลัก ๆ ไม่มีใครหลุดโผ นอกจาก เมสัน กรีนวู้ด ที่เจ็บจนถอนตัวไป และดูจากการประสบความสำเร็จในระดับสโมสรของตัวแทนจากอังกฤษในปี้นี้แล้ว ทั้ง เชลซี กับ แมนฯ ซิตี้ ที่เข้าชิงกันเองใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่เข้าชิงในรายการยูโรป้า ลีก แม้ที่สุดแล้วจะไม่ได้แชมป์ก็ตาม นักเตะอย่าง เมสัน เมานท์, รีซ เจมส์, เบน ชิลเวลล์, ฟิล โฟเด้น, ราฮีม สเตอร์ลิ่ง, ไคล์ วอล์คเกอร์, จอห์น สโตนส์, มาร์คัส แรชฟอร์ด, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, ลุค ชอว์, ดีน เฮนเดอร์สัน นักเตะเหล่านี้ถือเป็นตัวหลักของ 3 ทีมข้างต้น และยังมี แฮร์รี่ เคน จากสเปอร์ส แม้ผลงานโดยรวมของสโมสรจะไม่ค่อยดี แต่ผลงานส่วนตัวถือว่ายอดเยี่ยมมาก ๆ เป็นดาวซัลโวพรีเมียร์ลีกพ่วงด้วยจอมแอสซิสต์

และในครั้งนี้ แกเร็ธ เซาธ์เกต กลับมาอีกครั้งในฐานะผู้จัดการทีมไม่ใช่ผู้เล่นเช่นในอดีต และถึงแม้ว่าปีนี้ทาง ยูฟ่า จะจัดให้เป็นพิเศษกว่าทุกปี โดยเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปี โดยจัดให้มีการแข่งขันทั้งหมด 11 สนามจาก 11 ประเทศ ไม่ได้มีตัวแทนจากประเทศใดประเทศหนึ่งรับหน้าที่เป็นเจ้าภาพอย่างที่เคย แต่ก็ได้มีการกำหนดไว้แล้วว่าจะใช้สนาม เวมบลีย์ สเตเดี้ยม เป็นสังเวียนแข่งขันในนัดชิงชนะเลิศ ถือเป็นโอกาสอันดีสำหรับทีมชาติอังกฤษในการไล่ล่าแชมป์สมัยแรกอีกครั้ง

และเมื่อมองไปที่คู่แข่งทีมอื่น ๆ ร่วมสายแล้ว ทีมชาติอังกฤษที่อยู่ในสาย D ร่วมกับ โครเอเชีย, สกอตแลนด์, สาธารณรัฐเช็ก นั้น ดูจะมีภาษีดีกว่าทุกทีมในเรื่องตัวผู้เล่นและการได้เล่นในเวมบลีย์ทั้ง 3 นัด คงไม่ใช่งานยากเกินไปในการผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย เมื่อถึงตอนนั้นต้องมาคอยดูกันอีกทีว่าจะพบกับทีมใดในรอบต่อไป โดยถ้าหากทีมชาติอังกฤษเข้าป้ายเป็นที่หนึ่งในสาย D ต้องไขว้ไปเจอกับทีมอันดับสองของสาย F และถึงแม้ทีมใดจะเข้ามาในอันดับสองของสาย F ก็ตามต้องบอกว่าเป็นศึกหนักทั้งนั้นฝรั่งเศส, โปรตุเกส, เยอรมนี คือช้อยส์ให้เลือก แต่หากหลุดไปเป็นอันดับสอง ดูน่าจะเป็นงานเบากว่า เพราะจะไปเจอกับทีมที่ได้อันดับสองด้วยกันของสาย E ที่มี สเปน, สวีเดน, โปแลนด์, สโลวาเกีย เป็นตัวเลือก

เพื่อให้เห็นภาพการแข่งขัน ผมสรุปให้ดังนี้

รอบ 16 ทีมสุดท้าย
คู่ที่ 1. ทีมอันดับ 2 ของสาย A พบกับ ทีมอันดับ 2 ของสาย B
คู่ที่ 2. ทีมอันดับ 1 ของสาย A พบกับ ทีมอันดับ 2 ของสาย C
คู่ที่ 3. ทีมอันดับ 1 ของสาย C พบกับ ทีมอันดับ 3 ของสาย D/E/F
คู่ที่ 4. ทีมอันดับ 1 ของสาย B พบกับ ทีมอันดับ 3 ของสาย A/D/E/F
คู่ที่ 5. ทีมอันดับ 2 ของสาย D พบกับ ทีมอันดับ 2 ของสาย E
คู่ที่ 6. ทีมอันดับ 1 ของสาย F พบกับ ทีมอันดับ 3 ของสาย A/B/C
คู่ที่ 7. ทีมอันดับ 1 ของสาย D พบกับ ทีมอันดับ 2 ของสาย F
คู่ที่ 8. ทีมอันดับ 1 ของสาย E พบกับ ทีมอันดับ 3 ของสาย A/B/C/D

รอบ 8 ทีมสุดท้าย
คู่ที่ 1. ผู้ชนะคู่ที่ 6 พบกับ ผู้ชนะคู่ที่ 5
คู่ที่ 2. ผู้ชนะคู่ที่ 4 พบกับ ผู้ชนะคู่ที่ 2
คู่ที่ 3. ผู้ชนะคู่ที่ 3 พบกับ ผู้ชนะคู่ที่ 1
คู่ที่ 4. ผู้ชนะคู่ที่ 8 พบกับ ผู้ชนะคู่ที่ 7

รอบรองชนะเลิศ
ผู้ชนะของคู่ที่ 2 พบกับ ผู้ชนะของคู่ที่ 1
ผู้ชนะของคู่ที่ 4 พบกับ ผู้ชนะของคู่ที่ 3

ถึงตอนนั้นคงอยู่ที่แผนการเล่นในแต่ละนัด จังหวะของเกมบวกกับบุญพาวาสนาส่งแล้วล่ะว่า ทีมชาติอังกฤษจะไปได้ไกลแค่ไหนในยูโรครั้งนี้ หวังว่าลูกทีมของ แกเร็ธ เซาธ์เกต จะทำได้ดีสมราคาเต็งแชมป์ ไม่อย่างนั้น 60 ปีที่ว่างเปล่า จะต้องรอเก้อและคอยความสำเร็จต่อไป ถึงแม้ผมจะไม่ใช่แฟนบอลทีมชาติอังกฤษ แต่อย่างน้อยก็อยากเห็นสิงโตตัวนี้คำรามเสียงดังสักครั้ง

– สิฎฐิเศรษฐ์ –