13 มิถุนายน 2021 // 21:52 น.

‘สิงโต’ ตะปบ ‘โครแอต’ หวิว 1-0

อังกฤษ ลงประเดิมสนามยูโร 2020 ด้วยการพบกับคู่รักคู่แค้นเก่า โครเอเชีย ดีกรีรองแชมป์โลก 2018

สำหรับ 11 ตัวจริงของทั้งคู่ ประกอบด้วย
อังกฤษ (4-2-3-1) : จอร์แดน พิคฟอร์ด – คีแรน ทริปเปียร์, จอห์น สโตนส์, ไทโรน มิงส์, ไคล์ วอล์คเกอร์ – แคลวิน ฟิลลิปส์, ดีแคลน ไรซ์ – เมสัน เมาน์ท, ฟิล โฟเด้น, ราฮีม สเตอร์ลิ่ง – แฮร์รี่ เคน
โครเอเชีย (4-3-3) : โดมินิก ลิวาโควิช – ซิเม่ เวอร์ซัลโก้, ดูเย่ ซาเลต้า-ซาร์, โดมาโกจ์ วีด้า, ยอสโก้ กวาร์ดิโอล – มาร์เซโล่ โบรโซวิช, มาเตโอ โควาซิช, ลูก้า โมดริช – อันเต้ เรบิช, อีวาน เปริซิช, อันเดรจ์ ครามาริช

อังกฤษ ลุยเข้าใส่ตั้งแต่ต้น สิบนาทีแรกมีโอกาสได้ประตูถึงสองครั้ง เริ่มจากนาทีที่ 5 ฟิล โฟเด้น ลากเข้าไปส่องด้วยซ้าย บอลลอยเข้าชนเสาอย่างจัง และไม่นานต่อมา แคลวิน ฟิลลิปส์ ยิงสวนฝ่ากองหลังเข้าหากรอบ โดมินิก ลิวาโควิช ต้องล้มตัวปัดทิ้งออกมา

จากนั้นเกมของ โครเอเชีย ดีขึ้นบ้าง ได้พาบอลเข้าถึงพื้นที่สุดท้ายพอสมควร แต่ที่ขาดหายไปคือโอกาสยิงจะแจ้งที่จะทำให้ จอร์แดน พิคฟอร์ด ต้องออกแรง

ล่วงมานาที 43 อังกฤษ ได้ฟรีคิกระยะอันตรายห่างเขตโทษทางซ้ายมาไม่กี่ก้าว ทว่า คีแรน ทริปเปียร์ ยิงไปชนกำแพงเต็ม ๆ

จบครึ่งแรกลงจึงยัง 0-0

ลงต่อครึ่งหลังโดยยังไม่มีใครขยับเปลี่ยนตัว เล่นจนถึงนาที 57 อังกฤษ ก็ขึ้นนำได้สมใจ ฟิลลิปส์ พาบอลขึ้นทางขวาแล้วแทงด้วยซ้ายเข้าตุดอันตรายให้ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง สอดไปยิงผ่านมือ ลิวาโควิช ตุงตาข่าย 1-0 ของสิงโตคำราม

เล่นกันอีกสามนาที เกมต้องหยุดลงชั่วขณะ จังหวะพุ่งเข้าชาร์จข้ามคานของ แฮร์รี่ เคน ที่ตัวของกัปตันสิงโตคำรามหลุดเข้ากระแทกเสาประตู แต่ปฐมพยาบาลแค่ครู่เดียวก็ลุกขึ้นมาเล่นได้ต่อ

นาที 68 สองฝ่ายเริ่มขยับเปลี่ยนตัว โครเอเชียส่ง นิโกล่า วลาซิช แทน มาร์เซโล่ โบรโซวิช กับ โยซิป เบรคาโล่ แทน อันเดรจ์ ครามาริช ด้าน อังกฤษ เปิดทางให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด เสียบแทน โฟเด้น ที่ครึ่งหลังไม่ค่อยมีบทบาท

ช่วงเวลาที่เหลือ โครเอเชีย พยายามเน้นรุกแล้ว แต่ก็เจาะหลังบ้านสิงโตไม่เข้า สุดท้ายเกมจบที่ อังกฤษ เฉือนชัย 1-0 ก่อนเจอ สกอตแลนด์ และ สาธารณรัฐเช็ก เป็นลำดับถัดไป