29 มิถุนายน 2021 // 01:33 น.

โคตรสะเด่า! ‘สเปน’ ต่อเวลาเฮ 5-3

อีกหนึ่งเกมรอบ 16 ทีมสุดท้าย ที่สนามพาร์เค่น สเตเดี้ยม ประเทศเดนมาร์ก เป็น โครเอเชีย พบกับ สเปน

สำหรับ 11 คนแรกของสองฝั่ง มีดังนี้
โครเอเชีย (4-3-3) : โดมินิก ลิวาโควิช – โยซิป ยูราโนวิช, ดูเย่ ซาเลต้า-ซาร์, โดมากอย วีด้า, ยอสโก้ กวาร์ดิโอล – มาร์เซโล่ โบรโซวิช, มาเตโอ โควาซิช, ลูก้า โมดริช – อันเต้ เรบิช, นิโกล่า วลาซิช, บรูโน่ เพ็ตโควิช
สเปน (4-3-3) : อูไน ซิมอน – เซซ่าร์ อัซปิลิกวยต้า, เอริก การ์เซีย, อายเมริก ลาป๊อร์กต์, โฆเซ่ กาย่า – เซร์คิโอ บุสเก็ตส์, โกเก้, เปดรี้ – ปาโบล ซาราเบีย, เฟร์ราน ตอร์เรส, อัลบาโร่ โมราต้า

เกมเป็น สเปน ลุยเข้าใส่ตั้งแต่ต้น ตลอดสิบนาทีแรกคือการพับสนามบุกบายหายห่วง แต่ที่ขาดไปคือจังหวะจบจะแจ้ง โดยนาที 15 สเปน น่าได้อย่างที่สุด โกเก้ สบโอกาสทะลุยิงเดี่ยว ๆ บริเวณจุดโทษ แต่กลับกดไปติดเซฟ โดมินิก ลิวาโควิช ไม่น่าเชื่อ

แต่เล่นไปเล่นมา ปรากฏเป็น โครเอเชีย ขึ้นนำเสียเฉย ๆ จังหวะคืนหลังของ เปดรี้้ ไปยังนายทวาร อูไน ซิมอน ที่ดันเกี่ยวไม่ติด ลูกกลิ้งเข้าประตูตัวเองไปดื้อๆ หมากรุกนำ 1-0 ในนาทีที่ 20

จากนั้นเกมพลิกกลายเป็น โครเอเชีย ลุยใส่ด้วยความมั่นใจทันที สร้างโอกาสได้ 2-3 หน แต่ยังไม่แม่นเป้ามากพอ อย่างไรก็ตาม สเปน ตามทวงคืน 1-1 ได้จากการโถมเกมชุดใหญ่ในนาที 38 โฆเซ่ กาย่า ตะบันไปติดเซฟเด้งมาเข้าทาง ปาโบล ซาราเบีย ยิงย้ำยัดเข้าใต้คานไม่เหลือ จากนั้นครึ่งแรกก็จบลง เสมอกันที่ 1-1

ต่อครึ่งหลัง โครเอเชีย แก้เกมส่ง อันเดรจ์ ครามาริช ลงแทน บรูโน่ เพ็ตโควิช ที่ไร้บทบาท ทว่าประตูที่ สเปน ต้องการก็มาในนาที 57 เฟร์ราน ตอร์เรส หยอดจากสุดเส้นหลังซ้ายไปหน้าประตู เซซ่าร์ อัซปิลิกวยต้า ทิ่มโขกจ่อ ๆ เข้าไปไม่เหลือ เป็น 2-1

โครเอเชีย หวิดมีเฮรอบสองเหมือนกันในนาที 67 ยอสโก้ กวาร์ดิโอล ได้อัดเน้นๆ ระยะใกล้แค่ 7 หลา ติดซูเปอร์เซฟ อูไน ซิมอน ตะปบไว้ที่เสาแรก

เข้ายี่สิบนาทีท้าย สเปน เปลี่ยนสองคนรวด ดานี่ โอลโม่ กับ เปา ตอร์เรส ลงแทน ซาราเบีย กับ เอริก การ์เซีย ตามลำดับ

สเปน ยังมาได้ลูกตอกฝาโลงในนาที 77 เปา ตอร์เรส ทิ้งบอมบ์ขึ้นหน้าให้ เฟร์ราน ตอร์เรส แตะลูกหนี กวาร์ดิโอล แล้วซัดผ่าน ลิวาโควิช เข้าไปอย่างเฉียบขาด 3-1

อย่างไรก็ตาม นาที 85 โครเอเชีย ไล่มา 2-3 จากการเข้าทำของ มีสลาฟ ออร์ซิช ที่ลูกข้ามเส้นไปแล้วแม้โดนบล็อกออกมา

แล้วช่วงทดเจ็บ 90+2 ฝันร้ายของกระทิงดุก็มาถึง เมื่อ ออร์ซิช ครอสแม่น ๆ ให้ มาริโอ ปาซาลิช ลอยตัวโขกผ่านมือ ซิมอน เข้าเสียบตาข่าย โครเอเชีย ตีเสมอ 3-3 ยื้อให้เกมลากไปถึงช่วงต่อเวลาพิเศษครึ่งชั่วโมง

ต่อเวลานาที 96 โครเอเชีย พลาดโอกาสทองจากการซัดของ ครามาริช ที่แค่ 5-6 ก้าวจากปากประตู ทว่าก็เป็น อูไน ซิมอน กางแขนซูเปอร์เซฟป้องกันไว้ได้อีก

ไม่ได้ก็เสียเลย นาที 100 โอลโม่ โยนจากมุมขวาไปเสาไกล โยซิป เบรคาโล่ ขึ้นโหม่งวืดจนลูกเข้าทาง อัลบาโร่ โมราต้า พักลงแล้วฮาล์ฟวอลเลย์เสยเพดานตาข่ายเข้าไปอย่างยอดเยี่ยม สเปน นำอีกหน 4-3

และเพียงสามนาทีถัดมา สเปน ก็หนีห่าง 5-3 จากการเปิดของ โอลโม่ ฝั่งขวาเช่นเดิม ข้ามไปเสาไกลบริเวณเดิม มิเกล โอยาร์ซาบัล ซัดเปรี้ยงด้วยซ้ายผ่าน ลิวาโควิช ซุกก้นตาข่าย

จากนั้นครึ่งหลังของช่วงต่อเวลา ไม่มีอะไรเพิ่มเติม จบไปที่ สเปน ชนะ 5-3 ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายไปรอเจอผู้ชนะระหว่าง ฝรั่งเศส กับ สวิตเซอร์แลนด์