8 พฤษภาคม 2021 // 15:55 น.

หมดเวลาแล้ว…เธอคงต้องไป…

ซัมเมอร์ปี 2017 เจอร์เก้น คล็อปป์ ยอมควักเงินสโมสรถึง 52 ล้านปอนด์กระชากตัวกองกลางฟอร์มฮอตประจำศึกบุนเดสลีกา เพื่อมาเติมมิติในแนวรุกให้กับทีม เป็นการเซ็นสัญญาล่วงหน้า 1 ปีก่อนจะย้ายมายังถิ่นแอนฟิลด์หลังสิ้นสุดฤดูกาล 2017/2018 ตัดหน้าทีมยักษ์ใหญ่ได้ทั้ง บาเยิร์น มิวนิค และ บาร์เซโลน่า ที่จ้องตาเป็นมันเช่นกัน

สารภาพตามตรงว่า ณ ตอนนั้น ผมตื่นเต้นและอดใจรอไม่ไหวที่จะได้เห็น “นาบี เกอิต้า” ลงเล่นให้กับลิเวอร์พูล

เกอิต้า มาพร้อมกับความคาดหวังที่สูงเอาการ เมื่อดูจากค่าตัวที่หงส์แดงต้องเสียไป การตัดหน้าทีมใหญ่ ๆ ได้ แถมยังได้สวมเสื้อเบอร์ 8 ที่เป็นเบอร์เก่าของตำนานอันเป็นที่รักยิ่งของสโมสรอย่าง สตีเว่น เจอร์ราร์ด

หลังทีมเสีย คูตินโญ่ ไปให้กับ บาร์เซโลน่า ในช่วงตลาดหน้าหนาวปี 2018 โดยที่ไม่ได้มิดฟิลด์ตัวรุกมาทดแทนเพิ่ม ผมแอบคิดว่า ไม่เป็นไร เรายังดีที่เซ็น เกอิต้า เข้ามาแล้ว ใครจะไปรู้ด้วยสไตล์การเล่นของเขา นี่อาจจะดีกว่าก็ได้ แต่ความเป็นจริงที่เกิดขึ้นก็คือเขา “ไม่ใกล้เคียง” เลยสักนิด

เกอิต้า ย้ายมาร่วมทีมลิเวอร์พูลอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2018 จากวันนั้นจนถึงวันนี้ ระยะเวลาเกือบ 3 ปีเต็ม แต่ กองกลางชาวกินีไม่เคยเค้นฟอร์มได้อยู่ในจุดที่ใกล้เคียงกับความคาดหวังเลยแม้แต่นิดเดียว เมื่อใช้เวลาแทบจะทั้งหมดนั้นไปกับการรักษาอาการบาดเจ็บ

ซีซั่นนี้ยิ่งแล้วใหญ่ ทั้งติดโควิด-19 ทั้งโดนอาการบาดเจ็บเอ็นหลังหัวเข่า,แฮมสตริง และการเจ็บเข่าอย่างรุนแรงลักพาตัว เกอิต้าหายไปจากทีมแทบจะตลอดทั้งฤดูกาล เขาได้ลงไปสัมผัสเกมพรีเมียร์ลีกเพียงแค่ 10 นัด โดยมีแค่ 2 เกมเท่านั้นที่ได้อยู่ครบ 90 นาที ไม่มีทั้งประตู, แอสซิสต์ หรือแม้กระทั่งสร้างโมเมนต์อะไรดี ๆ ให้กับทีม

ส่วนโมเมนต์ที่ผู้คนจดจำในตัวเกอิต้าสำหรับฤดูกาลนี้ก็คือ การลงไปเล่นให้ครบ 11 คน ในเกมที่ลิเวอร์พูลบุกเยือน เรอัล มาดริด ในศึก แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย และไม่สร้างประโยชน์ใด ๆ ให้กับทีม แดนกลางของมาดริดกลายเป็น “สามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า” ที่ดูดกลืนแผงมิดฟิลด์ของลิเวอร์พูลไปทั้งแผง โดยคนที่ไม่เห็นแม้แต่เงาจริง ๆ เลยก็คือ เกอิต้า นั่นเอง จน เจอร์เก้น คล็อปป์ ทนไม่ไหวต้องเปลี่ยนตัวออกมาตั้งแต่ก่อนจบครึ่งแรก และให้ ติอาโก้ อัลกันทาร่า ลงไปแทน

เกือบสามปีเต็มที่ เกอิต้า รับใช้ทีม เขาลงสนามไปทั้งสิ้น 75 เกม โดยทำไป 7 ประตูกับอีก 4 แอสซิสต์ ก็ต้องบอกว่าน่าผิดหวังเมื่อดูจากค่าตัวที่ทีมลงทุนไป และมันอาจถึงเวลาแล้วที่ทีมจำเป็นจะต้องปล่อยตัวเขาออกไป เพื่อนำมาใช้ซื้อนักเตะใหม่ ทวงคืนแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาลหน้า

จากการที่มีโอกาสสูงมากที่ ลิเวอร์พูล จะไม่ได้เล่นรายการบ่อเงินบ่อทองอย่างศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รายได้มหาศาลย่อมจะหดหายลงไป ยังไม่นับร่วมการขาดทุนจากพิษโควิด-19 โดยลิเวอร์พูลที่เพิ่งเปิดเผยรายได้ประจำปี พบว่าขาดทุนไป 46 ล้านปอนด์หรือนับพันล้านบาท ก็มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องผ่องถ่ายผู้เล่นบางรายออกไปเพื่อนำมาปรับปรุงทีม และ เกอิต้า ควรเป็นหนึ่งในนั้น ร่วมกับ ดิว็อค โอริกี้, ทาคุมิ มินามิโนะ, เซอร์ดาน ชากิรี่ และ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน เป็นต้น โดยอาจได้เงินกลับมามากถึงร้อยล้านปอนด์ก็เป็นได้

อันที่จริงแล้วก็อยากจะให้เวลา เกอิต้า อีกสักปีนะครับ เพราะชอบสไตล์การเล่นของหมอนี่ที่ “เคย” เป็น “บ๊อกซ์ทูบ๊อกซ์” ประเภทลุยแหลก เลี้ยงกินตัว จ่ายบอลทะลุช่องดี แถมมีทีเด็ดที่ลูกยิงไกล แต่ทั้งหมดที่กล่าวมาเขาแทบไม่เคยแสดงให้เห็นเลยในเครื่องแบบหงส์แดง และเวลาสามปีมันก็มากเกินพอที่จะให้พิสูจน์ตัวเองแล้ว

สัญญาของ เกอิต้า เหลืออีกสองปี หากไม่ขายออกซัมเมอร์นี้ ปล่อยไปให้ถึงซัมเมอร์หน้าก็มีโอกาสที่เราจะต้องเสียเขาไปแบบไม่ได้อะไรกลับมาเลย ดังนั้นมันสมควรแก่เวลาแล้วหรือยังที่ นาบี เกอิต้า จะหมดเวลาในถิ่นแอนฟิลด์แล้ว??

กัปตันแจ๊คซ์